Forbes ประสานเสียง "อาเซียน" ได้ประโยชน์สงครามการค้า

09:26 31 ตุลาคม 2561 985
เวทีประชุม Forbes ประสานเสียงอาเซียนได้ประโยชน์จากสงครามการค้า จีน-สหรัฐอเมริกา ขณะที่กลุ่มเอเชียตะวันออก ได้เวลาติดเครื่องหรือ Reboot เศรษฐกิจทางด้าน Supply Chain

 

ในเวทีการประชุม Forbes CEO The world Reboots หรือการระดมสมองเพื่อหาทางติดเครื่องให้กับเศรษฐกิจโลกครั้งใหม่ ได้ร่วมกันประสานเสียงในทิศทางเดียวกันว่า เอเชียใต้ และเอเชีตะวันออกเฉียงใต้ จะได้ประโยชน์ จากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐ-จีน และจะเป็นแหล่งลงทุนใหม่ พร้อมกันนั้นก็เป็นตลาดที่มีศักยภาพ  

 

โดย parag Khanna ผู้บริหารบริษัท Futuremap มองว่า โครงสร้างของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แข่งแกร่งมาก เมื่อมองเศรษฐกิจของเอเชียต้องมองเป็นโครงสร้าง ที่นี่ฟื้นตัวได้ดี มีเงินทุนสำรองมาก มีและภูมิภาคนี้มีภาวะทนทานวิกฤติทางการเงินที่ดี

 

นอกจากนั้น ก็มีการทำข้อตกลงการค้าเสรี แบบทวิภาคี หรือ FTA มากมายนี่คือจุดแข็ง ที่จะสตาร์ทเครื่องใหม่ หรือ reboots เอเชีย เพราะมีทั้ง CPTPP และ RCEP ที่เริ่มขึ้นมาโดยสหรัฐ และจีน โดยสมาชิกของประเทศเหล่านี้ จะเลือกเป็นสมาชิกทั้งสองฝ่าย โดยกลุ่มประเทศอาเซียนไม่ได้เลือกข้าง อาเซียนฉลาด เพราะเลือกทุกข้าง จึงได้ประโยชน์ จากสงครามทางการค้ากับจีน ที่กำลังเกิดขึ้นมีคนได้ประโยชน์ มาก เพราะสินค้าหลายอย่างกำลังย้ายมาลงทุนที่นี่ หรือซื้อจากที่นี่แทน ซื้อจากจีน หรือสหรัฐ

 

Khanna ยังมองว่า เวลาจีน เป็นผู้คุมตลาด ตอนนี้มาอาเซียนแล้ว เช่นเดียวกับญี่ปุ่น สงครามทางการค้า ทำให้ อาเซียนเนื้อหอม คนมาที่นี่ เยอะมากขึ้น และ GDP ของกลุ่มอาเซียน ใหญ่กว่าอินเดียแล้ว ยุทธศาสตร์ OBOR ก็เข้ามาในอาเซียนหลายโครงการ ความตกลงต่างๆเกิดขึ้น และเติบโตมากในรอบ 10 ปี อาเซียน

 

นอกจากนั้น คนในกลุ่มเอเชียเองจะเกื้อหนุนกันเอง เช่นตอนเหนือมีประชากรสูงวัย ส่วนใต้มีประชากรหนุ่มสาว ถ้ารวมกันได้ดี เอเชียจะไปไกลมาก ขณะเดียวกัน จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เป็นห่วงโซ่อุปทานที่ใหญ่ที่สุดของโลก จากนี้ต่อไปเหลือเพียงทำอย่างไร จะใช้ซับพลายเชนให้ได้ ประโยชน์สูงสุดให้เอเชียและโลก มีการค้าเข้มข้นมากที่สุด

 

ขณะที่ Yuwa Hedrick Wong แห่งบริษัท MasterCard มองว่า เวลานี้ประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมพ์เ ปิดสงครามการค้ากับจีนนั้นเป็นเรื่องไม่ผิด เพราะสหรัฐขาดดุลการค้ากับจีนมานานและเป็ฯความกดดันในทำเนียบขาวที่รัฐบาลสหรัฐ ต้องจัดการอะไรบางอย่าง และไม่เพียงจีนเท่านั้น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ก็เจอผลพวงของสงครามการค้าเช่นเดียวกัน เป็นที่ทราบว่า สงครามนี้เป็นการกดจีนไม่ให้ทะยานขึ้น แต่จีนใช้ช่วงเวลานี้ ในการปรับตัวภายในประเทศ เช่นการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบด้านการเงินการคลัง และด้านการลงทุน ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

โดยWong มองว่า สงครามการค้านี้ เป็นสงครามระหว่างบริษัทขนาดใหญ่มากกว่า ไม่ใช่สงครามระหว่างประเทศ ซึ่งเรื่องนี้ เป็นประโยชน์กับประเทศที่เป็นคู่สงครามการค้ากับสหรัฐ จะเป็นช่วงเวลาในการปรับglobal supply chain หรือกระบวนการที่ทำให้เกิดสินค้าและบริการ ในฝั่งจีน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น และนี่คือ การสตาร์ทเครื่องใหม่ ครั้งใหญ่ของเอเชีย ซึ่งจะทำให้เกิดการย้ายฐานการผลิต หรือการย้ายตลาดในกลุ่มประเทศเอเชียกันเองมากขึ้น

 

สำหรับการ Reboots ติดเครื่องใหม่ทางเศรษฐกิจทางด้านการเงินด้วยเทคโนโลยีนั้น ชาติศิริ โสภณพณิช ประธานธนาคารกรุงเทพ แสดงความเห็นว่า ตอนนี้ ธนาคารต้องเปลี่ยนไปสู่ ฟินเทคแน่นอนที่สุด และธนาคารกรุงเทพไม่วิตก เพราะได้เปลี่ยนแล้ว และมีข้อได้เปรียบในเรื่องข้อมูลลูกค้า รวมทั้มีการเปิดระบบดิจิตัล แบงกิ้ง เพื่อเชื่อมโยงกับระบบโลกแล้ว และสิ่งสำคัญที่ธนาคารกรุงเทพกำลังปรับคือการบูรณาการ บุคลากรในหน่วยงาน ระหว่างคนรุ่นใหม่กับรุ่นเก่า ซึ่งสำคัญไม่แพ้กัน