'ผู้นำไทย-มาเลเซีย'ชื่นมื่น! ร่วมผลักดันการค้าระหว่างกัน

20:01 24 ตุลาคม 2561 1,336
พล.อ.ประยุทธ์ - นายกฯมาเลเซีย แถลงพร้อมร่วมมือผลักดันการค้าระหว่างกัน ขยายพื้นที่ศก.-จับมือช่วยแก้ไฟใต้

 

วันนี้( 24 ต.ค.61) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้การต้อนรับ "ตุน มหาธีร์ โมฮัมหมัด" นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย พร้อมภริยา ที่เดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการ ในฐานะแขกของรัฐบาล ระหว่างวันที่ 24-25 ต.ค. เพื่อแนะนำตัวตามธรรมเนียมปฏิบัติของผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียน และหารือแนวทางการขับเคลื่อนความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับมาเลเซียให้มีความก้าวหน้า โดยเฉพาะความร่วมมือด้านความมั่นคง ความเป็นหุ้นส่วนเศรษฐกิจ การส่งเสริมความเชื่อมโยงตามแนวชายแดน ร่วมทั้งความร่วมมือระหว่างกันในกรอบอาเซียนและกรอบพหุภาคีอื่นๆ

 

โดยมีพิธีตรวจแถวกองทหารเกียรติยศผสม ที่สนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า จากนั้นนายกรัฐมนตรีของทั้ง 2 ประเทศ ได้หารือข้อราชการกลุ่มเล็ก ก่อนประชุมหารือข้อราชการแบบเต็มคณะ โดยเฉพาะความร่วมมือด้านความมั่นคง ความเป็นหุ้นส่วนเศรษฐกิจ การส่งเสริมความเชื่อมโยงตามแนวชายแดน ร่วมทั้งความร่วมมือระหว่างกันในกรอบอาเซียนและกรอบพหุภาคีอื่นๆ 

 

ทั้งนี้ ผู้นำของไทยและมาเลเซียได้แถลงร่วมกัน โดยพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า รัฐบาลไทยรู้สึกยินดีและเป็นเกียรติที่ได้ต้อนรับนายกรัฐมนตรีมาเลเซียและภริยาที่เดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการ และในสมัยที่มหาธีร์ โมฮัมหมัด เคยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีถือเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดของความสัมพันธ์ไทย-มาเลเซีย ซึ่งกลับมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมาเลเซียในครั้งนี้ ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีและจะทำงานร่วมกันเพื่อสร้างทศวรรษใหม่แห่งความสัมพันธ์ไทย-มาเลเซีย ที่ทั้งสองประเทศจะร่วมมืออย่างใกล้ชิดและเกิดผลเป็นรูปธรรม

 

                 

 

สำหรับการหารือข้อราชการ ทั้งสองฝ่ายได้หารือรายละเอียดใน 3 ประเด็น คือ 1. การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้และความร่วมมือด้านความมั่นคง โดยฝ่ายไทยถือว่าจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นปัญหาภายใน แต่ความร่วมมือจากต่างประเทศก็จะทำให้การแก้ไขปัญหาทำได้ง่ายขึ้น โดยในกระบวนการพูดคุยสันติสุขที่มีฝ่ายมาเลเซียเป็นผู้อำนวยความสะดวกและเป็นผู้ประสานงาน จะดำเนินการต่อไป โดยอยู่บนพื้นฐานและกรอบของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ขณะเดียวกันจะขยายความร่วมมือในการเสริมสร้างความมั่นคงชายแดน การพัฒนาเศรษฐกิจและความมั่นคงในภาพใหญ่ โดยเฉพาะการต่อต้านการก่อการร้ายและแนวคิดสุดโต่ง การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ยาเสพติดและการค้ามนุษย์

 

2.การพัฒนาเศรษฐกิจและความเชื่อมโยงตามแนวชายแดน ได้เสนอให้สองประเทศยกระดับความร่วมมือทางเศรษฐกิจขึ้นเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจที่เข้มข้น เพื่อสร้างความมั่นคงมั่งคั่งและการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยทั้งสองประเทศจะร่วมมือกันผลักดันโครงการความร่วมมือที่คั่งค้างในหลายโครงการ โดยเฉพาะเความร่วมมือในการพัฒนาพื้นที่ชายแดน การส่งเสริมการค้าการลงทุน ทั้งนี้จะมอบให้มีการประชุมระดับรัฐมนตรีภายในต้นปีหน้าเพื่อผลักดันเรื่องต่างๆให้คืบหน้า

 

3.ความร่วมมือในกรอบอาเซียนที่ในปีหน้าไทยจะเป็นประธานอาเซียน ซึ่งมีเป้าหมายคือการก้าวสู่ประชาคมอาเซียนที่มีความเข้มแข็ง มีประชาชนเป็นศูนย์กลางและก้าวไปพร้อมกัน เป็นกลุ่มพลังที่สามารถร่วมมือกับความท้าทายต่างๆโดยทั้งสองประเทศเห็นพ้องว่า ประเทศสมาชิกอาเซียนต้องร่วมมือกันบริหารจัดการ ความท้าทายต่างๆ ด้วยความสุขุมรอบคอบและเพื่อสร้างความเป็นปึกแผ่นและเป็นแกนกลางของอาเซียนในการขับเคลื่อนความร่วมมือกับนานาประเทศ

 

ในช่วงท้ายนายกรัฐมนตรี ได้ย้ำเจตนารมณ์ของรัฐบาลไทยที่จะร่วมทำงานกับรัฐบาลมาเลเซียอย่างใกล้ชิดในทุกระดับ เพื่อให้สองประเทศและประชาชนมีความสงบสุข มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีมีฐานะมั่นคงและยั่งยืน เจริญก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง

 

               

 

ด้านมหาธีร์ โมฮัมหมัด ขอบคุณที่นายกรัฐมนตรีไทย ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น โดยตนเองอยากสร้างความคุ้นเคยกับผู้นำในภูมิภาค ทั้งนี้ไทยและมาเลเซียมีประวัติความร่วมมือในทุกมิติอย่างใกล้ชิด และแข็งแกร่ง 

 

โดยที่ผ่านมา มาเลเซียได้รับการสนับสนุนจากไทยในการแก้ปัญหาการก่อการร้าย และช่วยกันลดปัญหาอย่างจริงจัง เช่นเดียวกับมาเลเซียที่ยินดีสนับสนุนช่วยเหลือการแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเชื่อว่าความร่วมมือระหว่างกัน จะสามารถแก้ปัญหานี้ได้ ทั้งนี้ด้วยที่ไทยและมาเลเซีย มีความสำคัญที่ดีต่อกัน แต่ทั้งนี้ทั้ง 2 ประเทศ ต้องประสานงานกันอย่างใกล้ชิดทุกด้าน โดยเฉพาะด้านการค้า ที่ทั้ง 2 ประเทศมีมูลค่าทางการค้าในปีนี้ เพิ่มขึ้นถึง ร้อยละ 17 เป็นการค้าที่พัฒนาเชิงบวก สร้างมูลค่าทางการค้า ถึง 14,200 ล้านเหรียญสหรัฐ 

 

ดังนั้นจึงเห็นควรที่จะต้องมีการปรับปรุงด่านศุลกากรที่มีทั้ง 4 จุด ด้วยการเปิดด่านศุลกากร ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อการค้าที่เจริญรุ่งเรืองและการไปมาหาสู่กัน รวมถึงการขนส่งสินค้าได้อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ ยังเห็นว่า ต้องมีการพัฒนาสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโกลก ไปยังกะลันตัน ที่ยังมีปัญหาเรื่องการก่อสร้างถนน แต่ทั้งนี้ต้องมีการคุมเข้มจุดผ่านแดน เรื่องการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมาย และการค้ามนุษย์ ซึ่งรัฐบาลมาเลเซีย พร้อมที่จะตรวจสอบบุคคล 2 สัญชาติ และย้ำความร่วมมือเรื่องการแก้ปัญหาค้ามนุษย์ ที่ต้องมีการแก้ปัญหาและป้องกันไม่ให้ไทยและมาเลเซีย เป็นฐานของการค้ามนุษย์ เพื่อยกระดับการแก้ปัญหานี้ ในอาเซียน 

 

อย่างไรก็ตามรัฐบาลมาเลเซีย ยินดีให้ความร่วมมือกับอาเซียนในการพัฒนาด้านเศรษฐกิจให้เกิดความแข็งแกร่ง และพัฒนาประชาชนในอาเซียนภายใต้กรอบความร่วมมือต่างๆ ที่จะมีการหารือที่จะเกิดขึ้นในเวทีอาเซียนเร็วๆนี้ เพื่อเป็นกลุ่มประเทศที่แข็งแกร่งและนำไปสู่การฝ่าฟันปัญหาได้ พร้อมกันนี้นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ยังกล่าวความยินดีที่จะสร้างมิตรภาพและทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับผู้นำที่คุ้นเคย เพื่อแก้ปัญหาด้วยกันอย่างสำเร็จ จากนั้น นายกรัฐมนตรีของไทยจะเป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อเป็นเกียรติแก่นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย และคณะ

 

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีมาเลเซียมีกำหนดการ เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ที่บ้านสี่เสาเทเวศร์ เวลา 11.00 น.ในวันที่ 25 ต.ค. ก่อนจะไปกล่าวบรรยาย ในหัวข้อ “ความสัมพันธ์แบบทวิภาคีระหว่างมาเลเซียกับไทย ในบริบทของอาเซียน ที่หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เวลา 15.00 น.ด้วย