งงเลย! แค่ไม่เซ็นชื่อตัวบรรจง ถูกตัดสิทธิ์สอบ

08:58 22 ตุลาคม 2561 2,774
งงเลย! ผู้เข้าสมัครสอบของหน่วยงานของรัฐโวย หลังถูกไล่ออกจากห้องสอบ จากเหตุผลแค่ไม่เซ็นชื่อตัวบรรจง

 

วันนี้ (22ต.ค.61) สังคมออนไลน์ได้มีการแชร์เรื่องราวของหญิงสาวที่ไปสมัครสอบหน่วยงานของรัฐแห่งหนึ่งแต่พอเริ่มทำข้อสอบไปประมาณ 40 ข้อ   ผู้คุมสอบกลับเดินมาบอกว่า คุณถูกตัดสิทธิ์สอบ เพราะเข้าข่ายทุจริต และขอเชิญออกจากห้องสอบ ตอนนั้นผู้โพสต์ ระบุว่า นู้สึกงง แต่ก็ยอมเดินออกจากห้องสอบไป  โดยในหัวคิดแค่ว่า ทำผิดอะไร  จากนั้นจึงเดินไปที่ศูนย์สอบ ก็ไปพบผู้เข้าสอบ อีกประมาณ 200 กว่าคน  ที่ถูกเชิญออกจากห้องสอบด้วยเหตุผลเดียวกัน คือ เรื่องลายมือชื่อ ไม่ได้เขียนตัวบรรจง

 

จากนั้นมีกรรมการสอบมาเเจ้งว่า ทุกคนที่ยืนอยู่ตรงนี้ ถูกตัดสิทธิ์สอบ เพราะเซ็นชื่อในข้อสอบ เป็นแบบลายเซ็น ไม่ได้เขียนตัวบรรจง   ผู้โพสต์ ก็เลยถามไปว่า การเขียนตัวบรรจง คือ เขียนอย่างไร  โดยกรรมการ บอกว่า  "เขียนให้อ่านออก"   ผู้โพสต์ เลยนำรูปมาให้ดูว่า ชื่อที่เธอเขียน อ่านไม่ออกตรงไหน  โดยผู้โพสต์และผู้เข้าสอบทั้งหมดเห็นตรงกันว่า จะไปลงชื่ออุทธรณ์ และร้องเรียนศาลปกครอง  เพราะสิ่งที่เกิดขึ้น สะท้อนให้เห็นว่า องค์กร ยังก้าวไม่พ้นความคร่ำครึ  ยึดติดกฎระเบียบเป็นสรณะ ไม่มีเหตุผล   สิ่งที่ต้องการคือ ความยุติธรรม ความถูกต้อง 

 

        

ล่าสุด นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน ได้ออกมาชี้แจงว่า  การสอบดังกล่าวเป็นการสอบการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นพนักงานของสำนักงานคณะกรรรมการแข่งขันทางการค้า(สขค.) หรือ OTCC เมื่อวันที่ 20 ต.ค. ที่ผ่านมา โดยใช้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นสถานที่สอบ  และได้รับทราบตามหนังสือที่มีการชี้แจงจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยแล้ว ซึ่งขอยืนยันว่ากรณีนี้ไม่ใช่การทุจริต แต่เป็นการที่ไม่ปฏิบัติตามประกาศรับสมัคร ในเรื่องนี้มีผู้ที่เข้าข่ายอยู่ประมาณ 104 คน จากผู้เข้าสอบ 1,261 คน  ซึ่งในตอนแรกคณะกรรมการคุมสอบของจุฬาฯ นำผู้ที่ปฏิบัติไม่ถูกต้องที่เซ็นชื่อโดยไม่ได้เขียนตัวบรรจง

 

จากการหารือร่วมกันกับคณะกรรมการที่คุมสอบแล้ว เห็นว่า ผู้เข้าสอบปฏิบัติไม่ถูกต้องจึงให้ยุติการสอบ  แต่ก็เห็นว่าควรให้กลุ่มนี้ สอบใหม่  104 คน โดยเปลี่ยนข้อสอบใหม่ และกำหนดวิธีปฏิบัติตามมาตรฐานการจัดให้มีการสอบใหม่ ซึ่งจุฬาฯได้เตรียมการเพื่อเปิด ให้สอบใหม่แล้ว ทั้งนี้ ทางสขค.อยู่ระหว่างการพิจารณาดำเนินการที่เหมาะสมและไม่ให้เกิดผลกระทบต่อทุกฝ่าย