สั่งฟ้อง! 'ฟิล์ม รัฐภูมิ'เปิดบริษัทบัตรเติมเงินฝ่าฝืนกม.

18:28 17 ตุลาคม 2561 1,820
อัยการสั่งฟ้อง 'ฟิล์ม รัฐภูมิ' กับพวกเปิดบริษัทบัตรเติมเงินฝ่าฝืนกฎหมาย จำเลยสารภาพไม่ต่อสู้คดี ศาลนัดฟังคำพิพากษา6ธ.ค.นี้

 

วันนี้( 17 ต.ค.61) ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เมื่อเวลา 10.00 น. พนักงานอัยการคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 1เป็นโจทก์ยื่นฟ้องบริษัท เพย์ออล กรุ๊ป จำกัด โดยนายศราวุฒิ นนทะภา กรรมการผู้มีอำนาจ , นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือ ฟิล์ม อายุ 33 ปี พระเอกนักแสดงชื่อดัง ,นายธเนศ จัตวาพรพานิช อายุ 43 ปี และนายภูมิพัฒน์ ประเสริฐวิทย์ อายุ 38 ปี ในฐานะกรรมการบริษัท ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-4 ตามลำดับ ในความผิดฐานร่วมกันประกอบธุรกิจบัตรเงินอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันประกอบธุรกิจบัตรชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับอนุญาต

 

โดยอัยการโจทก์ระบุฟ้องความผิดสรุปว่า เมื่อระหว่างเดือน ต.ค.59 - 20 ก.พ.60 ต่อเนื่องกันจำเลยทั้ง 4 บังอาจร่วมกันประกอบกิจการให้บริการแอพพริเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือภายใต้ชื่อ "เพย์ออล" (Payall) และสมัครสมาชิกเพื่อสร้างบัญชีของผู้ใช้บริการ ซึ่งระบบจะตั้งบริษัทสมาชิก รหัสผ่านในการใช้งานและเติมเงินผ่านเข้าบัญชีธนาคารของจำเลยตามช่องทาง โดยระบบจะบันทึกจำนวนเงินที่เติมตามมูลค่าของผู้ใช้บริการแต่ละราย รวมทั้งนำเงินที่ชำระไว้ล่วงหน้าไว้ชำระค่าสินค้า และค่าบริการต่างๆแทนเงินสด

 

              

 

การกระทำของพวกจำเลยมีลักษณะร่วมกันประกอบธุรกิจบัตรเงินอิเล็กทรอนิกส์ เป็นการโอนสิทธิการถือครองเงินและการโอนสิทธิการถอนเงิน หรือหักเงินผ่านบัญชีหรือแอพพริเคชั่นของผู้ใช้บริการโดยไม่จำกัด และไม่อยู่ภายใต้ระบบการจัดจำหน่าย ตามพระราชกฤษฎีกา ว่าด้วยการควบคุม ดูแลธุรกิจการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2551 และบัญชีท้ายตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการควบคุม ดูแลธุรกิจการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2551 โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกา อันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย ซึ่งเหตุเกิดที่แขวง - เขตห้วยขวาง กทม.ต่อมาพวกจำเลยได้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาต่อพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรฐกิจ (กก.4 บก.ปอศ. )

 

ศาลพิจารณาคำฟ้องแล้วมีคำสั่งให้ประทับรับฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำ อ.3090/2561 และสอบคำให้การจำเลยแล้ว ปรากฏว่าทั้งหมดให้การรับสารภาพไม่ต่อสู้คดี

 

อย่างไรก็ตามศาลมีคำสั่งสืบเสาะฯ โดยให้พนักงานคุมประพฤติ สืบเสาะ ประวัติครอบครัว ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน และอื่นๆ ของพวกจำเลยแล้วรายงานให้ศาลทราบเพื่อนำมาประกอบการพิจารณาและนัดฟังคำพิพากษาคดีนี้ในวันที่ 6 ธ.ค.เวลา 09.00 น. ต่อมาญาติของจำเลยได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสดคนละ 2 แสนบาทเพื่อขอปล่อยชั่วคราว

 

ศาลพิจารณาคำร้องและหลักทรัพย์แล้ว มีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยประกันตัวไปโดยตีราคาประกันคนละ 2 แสนบาท