เร่งแก้รพ.แออัด ส่งเสริมหมอครอบครัว-ให้ความรู้ปชช.

17:40 3 ตุลาคม 2561 1,239
เครดิตรูปภาพ:

ภาพประกอบข่าว

กระทรวงสาธารณสุขยอมรับปัญหาโรงพยาบาลแออัดเป็นเรื่องแก้ยาก พร้อมเผย5แนวทางแก้ปัญหา ส่งต่อผู้ป่วยพักฟื้นโรงพยาบาลใกล้บ้าน-สร้างความรู้สุขภาพให้ประชาชน

 

วันนี้ (3 ต.ค. 61) นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุขคนใหม่ แถลงถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาโรงพยาบาลแออัดและการพัฒนาบุคลากร ซึ่งเป็นปัญหาที่เรื้อรังมานานกว่า 10 ปี โดยยอมรับเป็นปัญหาที่แก้ยาก แต่กระทรวงฯก็พยายามแก้ โดยแนวทางแก้ปัญหาโรงพยาบาลแออัดหลักๆมี 5 แนวทางคือ

 

1. การส่งต่อข้ามพื้นที่แบบไร้รอยต่อและไร้พรมแดน ซึ่งสามารถส่งผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้เคียงได้

 

2. จัดระบบส่งต่อผู้ป่วยอาการคงที่และอยู่ระหว่างพักฟื้นกลับไปรักษาที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน ซึ่งจะช่วยลดความแออัดในโรงพยาบาลขนาดใหญ่ได้

 

3. การสร้างความรอบรู้ทางสุขภาพให้แก่ประชาชน ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่จะช่วยลดอาการเจ็บป่วย

 

4. กระทรวงฯเดินหน้าส่งเสริมทีมหมอครอบครัวให้สามารถเป็นที่ปรึกษาด้านสุขภาพตลอด 24 ชั่วโมง ลดการเดินทางไปโรงพยาบาล

 

5. การพัฒนาระบบคิวออนไลน์ในการนัดผู้ป่วย รวมถึงการเชื่อมต่อข้ามโรงพยาบาล ซึ่งขณะนี้มีต้นแบบแล้วที่โรงพยาบาลราชบุรีและโรงพยาบาลปทุมธานี ซึ่งมาตรการทั้งหมดอยู่ในแผนปฏิรูปประเทศ 20 ปี บางเรื่องอาจจะเห็นใน 2 - 4ปี

 

ขณะที่ นพ.ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล รักษาราชการรองปลัด สธ. เปิดเผยว่า จากข้อมูลทั่วประเทศพบว่าโรงพยาบาลแต่ละระดับมีอัตราการครองเตียงมากน้อยแตกต่างกัน โดยโรงพยาบาลศูนย์มีอัตราการครองเตียงเฉลี่ยสูง 104% โรงพยาบาลทั่วไปอัตราครองเตียงเฉลี่ย 91% รพ.ทั่วไปและ รพ.ชุมชนขนาดใหญ่หรือระดับแม่ข่าย อัตราการครองเตียงเฉลี่ย 79% ขณะที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) อัตราครองเตียงเฉลี่ย 68% โดยรวมแล้วอัตราครองเตียงเฉลี่ยของโรงพยาบาลทุกระดับอยู่ที่ 72% ดังนั้น ถ้าส่งกลับผู้ป่วยระยะฟื้นตัวกลับมาที่ รพ.ใกล้บ้านก็จะลดปริมาณผู้ป่วยโรงพยาบาลขนาดใหญ่ไม่ให้ล้นได้

 

ทั้งนี้ ในส่วนประเด็นการดูแลบุคลากรทางการแพทย์ก็เป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ โดยในปี 2562 กระทรวงสาธารณะสุขได้จัดสรรงบประมาณกว่า 1,300 ล้านบาท เพื่อนำไปซ่อมแซมที่พักอาศัยของบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งบางส่วนอาจต้องรื้อถอนและสร้างเป็นอาคารทดแทน นอกจากนี้ จะจัดสรรบุคลากรทางการแพทย์ให้เพียงพอต่อความต้องการของสถานพยาบาลและผลักดันเรื่องการบรรจุข้าราชการตามความเหมาะสม เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการขาดแคลนบุคลากร