‘สมรักษ์’เปิดใจปมบุคคลล้มละลายเป็นคดีเก่า

12:34 22 กันยายน 2561 1,506
‘สมรักษ์ คำสิงห์’ เปิดใจกรณีศาลสั่งเป็นบุคคลล้มละลาย ชี้แจงเป็นคดีเก่าหลายสิบปี ตั้งแต่เป็นนักมวยสมัครเล่น ยืนยันชีวิตทุกวันนี้มีความสุขดี พร้อมขอบคุณแฟนๆ ที่เป็นห่วง

วันนี้ (22ก.ย.61) ภายหลังจากกรณีเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศ เรื่องคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ของนางเสาวนีย์ คำสิงห์ จำเลยที่ 1 นายสมรักษ์ คำสิงห์ จำเลยที่ 2 เด็ดขาด ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 โดยบริษัท บริหารสินทรัพย์ มหานคร จำกัด ได้ยื่นฟ้องต่อศาลล้มละลายกลาง ขอให้จำเลยทั้งสองล้มละลาย มีอำนาจจัดการเกี่ยวกับกิจการและทรัพย์สินของจำเลย

 

ล่าสุด สมรักษ์ คำสิงห์ ได้ออกมาเปิดใจต่อกรณีดังกล่าว โดยเจ้าตัวชี้แจงว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นคดีเก่าที่ค้างคามาหลายสิบปีแล้ว ตั้งแต่สมัยยังเป็นนักชกมวยสมัครเล่น มีสาเหตุจากความไม่รู้ ไม่เชี่ยวชาญในเอกสารต่าง ๆ และการทำธุรกิจ หลังไปเซ็นเอกสารเรื่องธุรกิจเปิดปั๊มน้ำมันให้พ่อตาและแม่ยายที่จังหวัดชัยภูมิ แต่เมื่อกิจการไปไม่รอด ก็ขาดทุนกลายเป็นหนี้สิน จนกลายเป็นคดียืดเยื้อจนถึงปัจจุบัน

 

ทั้งนี้ สมรักษ์ คำสิงห์ เปิดเผยต่อว่า หลังจากที่ธุรกิจดังกล่าวขาดทุน ตนไม่รู้รายละเอียดจนปล่อยให้เป็นหนี้สินลามไปถึงเรื่องบ้าน ต้องเป็นหนี้ราว 4 ล้านกว่าบาท แต่อย่างไรก็ตามขณะนี้ยืนยันยังไม่มีปัญหาอะไร ส่วนตัวเองก็มีงานละครและงานกิจกรรมต่าง ๆ จึงสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข พร้อมทั้งอยากฝากขอบคุณถึงแฟน ๆ ที่เป็นห่วงด้วย

 

ขณะที่ด้านนายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุกรณีถ้าศาลมีคำสั่งเด็ดขาดให้เป็นบุคคลล้มละลายตามข่าว นายสมรักษ์ คำสิงห์ ต้องถูกคำสั่งให้ออกจากราชการด้วย ถ้าปัจจุบันรับราชการทหารเรือยศนาวาเอก แต่ศาลมีคำสั่งเด็ดขาดให้เป็นบุคคลล้มละลายนั้น จะทำให้เป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติทั่วไปและมีลักษณะต้องห้ามของการรับราชการทหารเรือ ดังนั้นนายสมรักษ์ยังอยู่ในราชการ ทางกองทัพเรือต้องมีคำสั่งให้ออกจากราชการต่อไป เนื่องจากเป็นบุคคลที่เข้าข่ายมีลักษณะต้องห้ามดังกล่าวข้างต้น

 

ส่วนพล.ร.ต.เชษฐา ใจเปี่ยม โฆษกกองทัพเรือ ระบุว่า เรื่องนี้ได้รับแจ้งจากท่านเจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารเรือ ซึ่งเป็นต้นสังกัดของนายสมรักษ์ คำสิงห์แล้ว โดยขั้นตอนหลังจากนี้ เมื่อต้นสังกัดรายงานไปที่กรมกำลังพลทหารเรือ ก็จะมีการปรึกษาหารือกับกรมพระธรรมนูญทหาร ก่อนจะส่งเรื่องไปตามลำดับชั้นจนถึงรัฐมนตรีกลาโหม เบื้องต้นยังระบุเวลาที่แน่ชัดไม่ได้ว่าจะต้องใช้เวลาเท่าใด

 

อย่างไรก็ตาม ย้ำว่าเรื่องที่เสนอขึ้นไปนั้นก็ไม่ใช่หมายความว่านายสมรักษ์ จะต้องออกจากราชการ เพราะต้องดูรายละเอียดที่ชัดเจนว่ามีความผิดเข้าข่ายหรือไม่