น่าห่วง!วัยรุ่นมะกันสูบกัญชามากถึง2ล้านคน

17:12 18 กันยายน 2561 3,033
นักวิจัยแสดงความกังวลการสูบกัญชาในเด็กจะส่งผลเสียต่อสุขภาพและมีแนวโน้มใช้สารเสพติดมากขึ้นในอนาคต หลังพบวัยรุ่นสหรัฐฯสูบกัญชามากถึง 2 ล้านคน

 

วันนี้ (18 ก.ย. 61) สำนักข่าวต่างประเทศเผยผลสำรวจแห่งหนึ่งว่า นักเรียนในสหรัฐฯเกือบ 1 ใน 11 คนสูบกัญชาผ่านบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งกลายเป็นเทรนด์ใหม่ในหมู่นักเรียน ทำให้หน่วยงานด้านสาธารณสุขแสดงความกังวลว่า เด็กๆเหล่านี้จะเสพติดสารนิโคติน ที่จะกระตุ้นให้พวกเขาอยากลองสูบบุหรี่ นอกจากนี้ นักเรียนระดับมัธยมศึกษาถึง 2.1 ล้านคนกล่าวว่าใช้บุหรี่ไฟฟ้าเพื่อสูบกัญชา

 

วารสาร “JAMA Pediatrics” ระบุว่า ในปี 2559 นักเรียนที่ตอบแบบสำรวจร้อยละ 9 กล่าวว่า ใช้บุหรี่ไฟฟ้าพร้อมกับกัญชา นอกจากนี้ ผลวิจัยยังบอกว่า ผู้ที่ใช้ชีวิตร่วมกับผู้ที่สูบบุหรี่มีแนวโน้มสูบกัญชาด้วย แต่ยังไม่ชัดเจนว่าการสูบกัญชาในเด็กมีจำนวนเพิ่มขึ้นหรือเท่าเดิม ซึ่งนางแคทรีน่า ทริเวอร์ส จากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคกล่าวว่า ตัวเลขในผลสำรวจเป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง เนื่องจากการสูบกัญชาในเด็กนั้นจะส่งผลเสียต่อระบบความจำและการเรียนรู้ ส่งผลเสียต่อการเรียนในระยะยาว

 

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าการสูบบุหรี่ไฟฟ้าจะอันตรายน้อยกว่าการสูบบุหรี่เนื่องจากการเผายาสูบหรือกัญชา ทำให้เกิดปฏิกิริยาทางเคมีซึ่งส่งผลเสียต่อปอดแต่ยังไม่มีงานวิจัยถึงผลเสียของการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในระยะยาว รวมถึงผลสรุปที่ว่าการสูบบุหรี่ไฟฟ้าจะช่วยทำให้เลิกสูบบุหรี่ได้จริงหรือไม่ โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐได้สั่งให้บริษัทที่ผลิตบุหรี่ยักษ์ใหญ่ 5 แห่ง วางมาตรการเพื่อไม่ให้เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีซื้อบุหรี่

 

ทั้งนี้ ผลวิจัยอีกชิ้นหนึ่งของมหาวิทยาลัยมิชิแกนในเดือนธ.ค.ปีที่ผ่านมาพบว่า นักเรียนเกรด 10 ร้อยละ 8 กล่าวว่า ได้สูบกัญชาในปีที่แล้ว ซึ่งนายริชาร์ด เมก์ นักวิจัยประจำมหาวิทยาลัยมิชิแกน เปิดเผยว่า ผลเสียต่อสุขภาพนั้นไม่ได้มาจากบุหรี่ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว แต่ยังส่งผลเสียต่อสภาพแวดล้อมอีกด้วย โดยบอกว่าผู้ที่สูบกัญชามีแนวโน้มใช้สารเสพติดอีกด้วย