“อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ” อนุสรณ์สถานเชิดชูผู้กล้าชาติไทย

12:35 11 กันยายน 2561 1,399
เปิดประวัติ “อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ” อนุสรณ์สถานใจกลางกรุงเทพมหานคร สิ่งก่อสร้างเพื่อเชิดชูวีรชนไทยในช่วงสงครามโลกครั้งที่2

 

“อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ” หนึ่งในอนุสาวรีย์ที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร อยู่กึ่งกลางระหว่างถนนพหลโยธิน ถนนราชวิถี และถนนพญาไท ซึ่งถูกสร้างขึ้นเพื่อจารึกรายนามของทหารหาญและวีรชนที่เสียชีวิตในกรณีพิพาทระหว่างไทยกับฝรั่งเศสเรื่องการปรับปรุงพรมแดนไทยกับอินโดจีนใหม่ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

 

“อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ” นอกจากจะเป็นที่อนุสรณ์สถานที่สำคัญ และเป็นที่จารึกรายนามทหารที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ครั้งนั้นแล้ว ปัจจุบันยังเป็นศูนย์กลางของถนนหลายแห่ง เป็นต้นทางของถนนพหลโยธิน รวมไปถึงศูนย์กลางของการคมนาคม ที่มีรถโดยสารหลายรูปแบบให้บริการ ไม่ว่าจะเป็น รถโดยสารประจำทาง รถตู้ให้บริการ และรถไฟฟ้าบีทีเอส ซึ่งมีให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยเหตุนี้เอง จึงทำให้ “อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ” เป็นเส้นทางชุมนุมทางการคมนาคมที่สำคัญของกรุงเทพมหานคร ซึ่งปัจจุบันบริเวณโดยรอบ “อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ” มีสิ่งอำนวยความสะดวกประชาชนมากมาย ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลและห้างสรรพสินค้า

 

 

ความเป็นมาของ “อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ” ถูกสร้างขึ้นเพื่อจารึกรายนามของทหารหาญและวีรชนที่เสียชีวิตในสงครามข้อพิพาทแย่งดินแดนระหว่างไทยและฝรั่งเศส รวมทั้งทหารที่เสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่ 2 และสงครามเกาหลี ที่่ได้สละเลือดเนื้อและชีวิตในการปกป้องเอกราชอธิปไตยไว้ให้ลูกหลานไทย โดยเหตุการณ์ดังกล่าวย้อนหลังไปเมื่อปี พ.ศ.2483 สมัยรัฐบาล จอมพล ป. พิบูลสงคราม ประเทศไทยได้เรียกร้องดินแดนคืนจากฝรั่งเศส ซึ่งฝรั่งเศสได้เร่งรัดให้ทำสัตยาบันไม่รุกรานฝรั่งเศสเป็นการตอบแทนตามที่ได้เคยทำสัญญาไว้ โดยสัญญาดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้เมื่อแลกสัตยาบันกันเรียบร้อยแล้ว และรัฐบาลไทยให้คำตอบว่ายินดีจะทำตามหากฝรั่งเศสยกดินแดนหลวงพระบาง ปากเซ ทางฝั่งขวาของแม่น้ำโขงที่ยึดไปเมื่อปี พ.ศ. 2447 คืนให้กับไทย และทำการปักปันเส้นเขตแดนในลำน้ำโขงให้เรียบร้อย

 

สำหรับผู้ก่อสร้างอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ มี พล.อ.พระยาพหลพลพยุหเสนา เป็นผู้วางศิลาฤกษ์ เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2484 และมี จอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นผู้กระทำพิธีเปิดเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2485 ซึ่งผู้ออกแบบคือ หม่อมหลวงปุ่ม มาลากุล โดยก่อนที่จะสร้างวงเวียนอนุสาวรีย์ บริเวณจุดตัดของถนนพญาไท ถนนราชวิถี และถนนพหลโยธิน นี้มีชื่อเรียกว่า “สี่แยกสนามเป้า”

 

 

หม่อมหลวงปุ่ม มาลากุล มีแรงบันดาลใจจากการสร้างอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิรวมทั้งหมด 5 ข้อ คือ ปฏิบัติการของกองทัพทั้ง 3,ปฏิบัติการอย่างกล้าหาญของกำลังพลโดยเฉพาะ,อาวุธที่ทหารใช้สู้รบ,เหตุการณ์ที่สำคัญที่ต้องเปิดการสู้รบ และความสนใจของประชาชน

 

ขณะที่อาวุธประจำกายของทหาร มีการใช้ดาบปลายปืนห้าเล่มรวมกัน จัดตั้งเป็นกลีบแบบลูกมะเฟือง ปลายดาบชี้ขึ้นบน ส่วนคมของดาบหันออก ซึ่งตัวดาบก่อสร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กประดับหินอ่อน มีความสูงประมาณ 50 เมตร ภายในใช้เก็บกระสุนปืนใหญ่บรรจุอัฐิทหารที่เสียชีวิตในกรณีพิพาทไทย - ฝรั่งเศส ส่วนโคนดาบปลายปืนมีรูปปั้นหล่อทองแดงขนาดสองเท่าคนธรรมดา ของนักรบ 5 เหล่า คือ ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ ตำรวจ และพลเรือน ซึ่งศิลปินผู้ปั้นรูปเหล่านี้อยู่ภายใต้การควบคุมของ ศ.ศิลป พีระศรี ส่วนด้านนอกของผนังห้องโถงเป็นแผ่นทองแดงจารึกนามผู้เสียชีวิต ซึ่งรายนามผู้ที่ได้รับการจารึกไว้จะมีทั้งสิ้น 160 คน เป็นทหารบก 94 คน ทหารเรือ 41 คน ทหารอากาศ 13 คน และตำรวจสนาม 12 คน ซึ่งจนถึงปัจจุบันแผ่นทองแดงจารึกรายนามผู้เสียชีวิตและผู้สละชีพเพื่อชาติจากสงครามต่างๆตั้งแต่ พ.ศ.2483-2497 รวมทั้งสิ้น 801 คน

 

ทั้งนี้ ทุกวันที่ 3 กุมภาพันธ์ของทุกปี องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ครอบครัวทหารผ่านศึก ทหารนอกประจำการ และผู้ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ในการรักษาความมั่นคงของชาติ จะร่วมกันจัดพิธีวางพวงมาลาที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพื่อเป็นการแสดงความคารวะต่อดวงวิญญาณของเหล่านักรบผู้กล้า และยังมีพิธีสวนสนามที่ลานอเนกประสงค์กองพันทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์อีกด้วย

 

ขอบคุณภาพจาก : วิกิพีเดีย