ปชช.เชื่อ เพิ่มโทษจราจรแก้ปัญหาไม่ได้ แนะเคารพกฎหมาย

14:58 26 สิงหาคม 2561 1,572
สวนดุสิตโพลเผยผลสำรวจความคิดเห็น ประชาชน 53.71% เชื่อการเพิ่มโทษผู้กระทำผิดกฎหมายจราจรแห้ปัญหาไม่ได้ แนะแก้ปัญหาที่ต้นเหตุและเคารพกฎหมาย

 

วันนี้ (26 ส.ค. 61) สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศจำนวน 1,132ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 22 – 25ส.ค. 2561 เพื่อสะท้อนความคิดเห็นของประชาชนเรื่อง “การแก้ไขปัญหาจราจรในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลของรัฐบาล” ตามที่นายกรัฐมนตรีได้สั่งการไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เสนอแผนแก้ไขปัญหาจราจรในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล ขณะที่รัฐบาลเองได้มีการเตรียมเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แก้ไขกฏหมายจราจรเพื่อเพิ่มโทษผู้กระทำผิดที่กำลังเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อยู่ในขณะนี้

 

โดยเมื่อถามถึงการแก้ปัญหาจราจรในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล พบว่าประชาชนส่วนใหญ่หรือร้อยละ 45.83 เห็นว่า ควรแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ แก้ให้ตรงจุด มีแผนระยะสั้นและระยะยาว รองลงมาร้อยละ 32.00 เห็นว่า การบังคับใช้กฎหมายต้องเข้มงวดประชาชนต้องเคารพกฎจราจร และร้อยละ 29.33 ระบุว่า อยากเห็นการจราจรในกรุงเทพฯดีขึ้น ทันสมัย เดินทางสะดวก

 

ส่วนกรณีการแก้ไขกฏหมายจราจรเพื่อเพิ่มโทษผู้กระทำผิดนั้น พบว่าประชาชนส่วนใหญ่หรือร้อยละ53.71ระบุว่า แก้ปัญหาไม่ได้ เพราะเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ซึ่งปัญหาการจราจรเป็นปัญหาที่มีมานานแก้ไขได้ยาก เกิดจากความประมาทขาดวินัยฝ่าฝืนกฎจราจร ระบบขนส่งสาธารณะไม่ดี ขณะที่ร้อยละ23.41ระบุว่า แก้ปัญหาได้ เพราะทำให้ผู้ขับขี่เกรงกลัวกฎหมายมีบทลงโทษที่รุนแรงมากขึ้น และร้อยละ 22.88 ระบุว่า ไม่แน่ใจ เพราะคงต้องรอดูก่อนว่าจะช่วยแก้ปัญหาได้จริงหรือไม่เป็นเพียงข้อเสนอยังไม่ได้ลงมือปฏิบัติจริง

 

 

ขณะที่เมื่อถามถึงคาดหวังในการแก้ปัญหาวิกฤตจราจรในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลนั้น พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ55.03ระบุว่า ไม่คาดหวังว่าจะสำเร็จ เพราะเป็นปัญหาใหญ่มีมานานแก้ไขไม่ได้ ขึ้นอยู่ที่ตัวบุคคลคนไทยไม่เคารพกฎหมาย รองลงมาร้อยละ 22.97 ระบุว่า ไม่แน่ใจ เพราะไม่รู้รายละเอียดว่าจะดำเนินการอย่างไร อาจต้องใช้เวลานาน และร้อยละ22.00ระบุว่า คาดหวังว่าจะสำเร็จ เพราะเป็นรัฐบาลที่เด็ดขาดสามารถใช้อำนาจตามมาตรา44ได้ มีความตั้งใจในการแก้ปัญหา

 

ทั้งนี้ เมื่อถามว่าประชาชนคิดว่าการแก้ไขปัญหาจราจรของรัฐบาลมีความเกี่ยวข้องกับการหาเสียงเลือกตั้งตามที่มีกระแสข่าวพาดพิงหรือไม่ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ40.64ระบุว่า ไม่แน่ใจ เพราะเป็นเพียงกระแสการวิพากษ์วิจารณ์ ข่าวต่างๆในช่วงนี้มักถูกนำมาโยงกับการเมือง รองลงมา ร้อยละ 31.45 ระบุว่า ไม่เกี่ยวข้อง เพราะเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องแก้ปัญหาเพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวกมากขึ้น และร้อยละ 27.91ระบุว่าเกี่ยวข้อง เพราะเป็นนโยบายของรัฐบาลเร่งทำผลงานอยากมีผลงานให้เห็นใกล้กับช่วงเวลาที่กำลังจะมีการเลือกตั้ง