รองนายกฯสั่งเร่งจัดการพท.สีเขียวเมืองยั่งยืน

12:54 1 สิงหาคม 2561 1,405
รองนายกรัฐมนตรีสั่งเร่งแก้ปัญหาของเสียอันตรายตกค้างชุมชน และขับเคลื่อนแนวทางจัดการพื้นที่สีเขียวของเมืองอย่างยั่งยืนตามนโยบายรัฐบาล

วันนี้ (1 ส.ค. 61) พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกฝ่ายความมั่นคง เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เรียกประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ณ ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเร่งรัดขับเคลื่อนนโยบายสำคัญและการก่อสร้างโครงข่ายคมนาคมและการขนส่งสู่การเป็นศูนย์กลางอาเซียนตามนโยบายของรัฐบาล โดยได้ร่วมพิจารณาวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ( EIA ) โครงการสำคัญและให้ความเห็นชอบ โครงการรถไฟทางคู่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าช่วงหาดใหญ่ - ปาดังเบซาร์ และโครงการโครงข่ายทางเชื่อมระหว่างทางยกระดับอุตราภิมุข และทางพิเศษศรีรัชวงแหวนรอบนอก กรุงเทพมหานคร

 

จากนั้น ได้ร่วมพิจารณาประกาศของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตามนโยบายของรัฐบาลที่ออกตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ 2 ฉบับที่ให้ความสำคัญกับ กิจการหรือการดำเนินการใดที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หรืออาจมีผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ คุณภาพสิ่งแวดล้อม สุขอนามัย หรือส่วนได้ส่วนเสียสำคัญของประชาชน ชุมชน หรือสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง ต้องทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ( EIA ) ซึ่งประกาศดังกล่าวจะช่วยปิดช่องว่างไม่ให้เกิดกิจการผิดกฎหมายที่กระทบกับสิ่งแวดล้อม หรือหากมีต้องทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย เช่น โรงงานกำจัดหรือกิจการคัดแยกขยะทุกชนิด

 

พร้อมกันนี้ ได้ร่วมกันพิจารณาแนวทางขับเคลื่อนการจัดการพื้นที่สีเขียวอย่างยั่งยืน ตามนโยบายของรัฐบาล ที่ต้องการให้ชุมชนเมืองมีพื้นที่สีเขียวมากขึ้น โดยกำหนดเป้าหมายพื้นที่สีเขียวสาธารณะในภาพรวมของประเทศไม่น้อยกว่า 15 ตร.ม./คน ในเขตเมือง ชุมชน และในเมืองใหญ่ ต้องมีพื้นที่สีเขียวต่อการใช้ประโยชน์ที่ดินร้อยละ 15 ,เมืองขนาดกลางร้อยละ 20 และเมืองขนาดเล็กร้อยละ 25 ซึ่งจะช่วยพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชนเมืองและสิ่งแวดล้อมไปด้วยกัน

 

ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร ขอให้นำเรื่องที่ผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เสนอ ครม. และได้ย้ำ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องเร่งตรวจสอบ กำกับติดตาม และแก้ปัญหาเร่งด่วนกับขยะอิเลคทรอนิคส์ ขยะมูลฝอยและของเสียอันตรายที่ยังกำจัดไม่หมดและมีตกค้างในชุมชน เช่น กากของเสียอุตสาหกรรม ขยะติดเชื้อจากสถานพยาบาล รวมทั้งขอให้เร่งรัดขับเคลื่อนการคัดแยกของเสียอันตรายจากชุมชน จากขยะทั่วไป โดยให้สร้างการตระหนักรู้ จิตสำนึกและหน้าที่ให้ทุกภาคส่วน ได้ร่วมกันเรียนรู้และบริหารจัดการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม สู่ความยั่งยืนร่วมกัน