วาระสุดท้ายชีวิตใครกำหนด? หนุนใช้สิทธิ ม.12 เลือกตายอย่างสงบ

11:13 25 เมษายน 2562 108
สช.เปิดเวที เร่งตาย&เลือกตาย ให้ข้อมูลทางเลือกการตายที่แตกต่างในวาระสุดท้ายของชีวิต ด้วยการใช้สิทธิมาตรา 12 ของ พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พร้อมกับการดูแลรักษาแบบประคับประคอง

 

วันนี้ (25 เม.ย.62) สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ หรือ สช. จัดเวที "สช.เจาะประเด็น เร่งตาย&เลือกตาย สิทธิในวาระสุดท้ายใครกำหนด?" เพื่อให้ข้อมูลทางเลือกการตายที่แตกต่างในวาระสุดท้ายของชีวิต และสะท้อนการจากไปอย่างมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ด้วยการใช้สิทธิมาตรา 12 ของ พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550 ไปพร้อมกับการดูแลรักษาแบบประคับประคอง โดยยกกรณีที่ชายไทยตัดสินใจไปทำการุณยฆาต ที่ต่างประเทศ เป็นกรณีตัวอย่าง

 

ศาสตราจารย์แสวง บุญเฉลิมวิภาส กรรมการที่ปรึกษาด้านสิทธิสุขภาพ สช.ระบุว่า ปัจจุบัน การทำการุณยฆาต มีไม่กี่ประเทศเท่านั้น ที่มีกฎหมายรับรองให้สามารถทำได้อย่างถูกต้อง โดยสิทธิการตายที่มีกฎหมายรับรองทั่วโลกมี 2 แบบหลัก คือ แบบธรรมชาติ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทั่วโลกให้การรับรองและแบบเร่งรัด หรือขอตายก่อนเวลาเช่นกรณีผู้ป่วยไม่สามารถทนต่อความเจ็บปวดได้จึงร้องขอให้แพทย์ทำการุณฆาต

 

สำหรับประเทศไทย การตายตามธรรมชาติ มี พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550 มาตรา 12 รับรอง โดยให้สิทธิทุกคนสามารถ ทำหนังสือแสดงเจตนาไม่ประสงค์จะรับบริการสาธารณสุขที่เป็นไปเพียงเพื่อยืดการตายในวาระสุดท้ายของชีวิตได้ กรณีนี้เรียกว่าการใช้สิทธิ์เลือกตายอย่างสงบ ซึ่งไม่ใช่การเร่งตายแบบการุณยฆาต แต่ประชาชนส่วนใหญ่ ไม่ทราบว่าประเทศไทยมีกฎหมายใช้สิทธิ์เลือกตายอย่างสงบ และไม่ทราบว่ามีการดูแลรักษาแบบประคับประคอง

 

ด้าน นายแพทย์อิศรางค์ นุชประยูร อาจารย์ประจำคณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า สิทธิแสดงเจตนาปฏิเสธการรักษา ตามมาตร 12 ถือเป็นสิ่งที่ดีต่อทุกฝ่ายและสามารถทำได้ทุกคน ซึ่งแม้ที่ต่างประเทศอย่างสหรัฐอเมริกาจะรองรับกฎหมายการทำการุณยฆาต แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะเกิดขึ้นง่ายๆ ผู้ป่วยจะต้องผ่านการประเมินจากทั้งทีมแพทย์ จิตแพทย์ ทีมจริยธรรม เพื่อให้แน่ใจว่าการร้องขอไม่ได้เป็นไปด้วยอารมณ์ชั่ววูบ และอาการป่วยไม่มีแนวทางในการรักษาแล้วเท่านั้น

 

ขณะที่ จากข้อมูลการทำโพลสอบถามความเห็นของประชาชนของนายแพทย์วิทวัส ศิริประชัย อดีตแพทย์ประจำโรงพยาบาลเกาะลันตา จ.กระบี่ หรือ "จ่าพิชิต ขจัดพาลชน" แอดมินเพจ Drama-addict พบว่า ร้อยละ 95 เห็นด้วยกับการการุณยฆาต เพราะส่วนใหญ่ยังไม่รู้จักวิธีรักษาแบบประคับประคอง ซึ่งเชื่อว่าหากคนไทยเข้าใจเรื่องดังกล่าว หรือการรักษาแบบประคับประคอง จะช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับผู้ป่วยระยะสุดท้ายอย่างมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และไม่จำเป็นต้องไปถึงขั้นการุณยฆาตซึ่งเป็นการเร่งกระบวนการตาย