ลุ้น! คำสั่งศาลคุ้มครองชั่วคราวขึ้นค่ารถเมล์

11:24 24 เมษายน 2562 200
จับตา! ศาลปกครองกลางไต่สวนคำขอคุ้มครองชั่วคราว เพื่อระงับคำสั่งขึ้นค่ารถเมล์ทั้งระบบ

วันนี้ (24เม.ย.62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลปกครองกลางยังไม่มีคำสั่งทุเลาการบังคับใช้คำสั่งขึ้นค่ารถโดยสารสาธารณะ หรือ รถเมล์เป็นการชั่วคราว หลังนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นฟ้องคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง เพื่อให้ขอให้มีคำพิพากษาเพิกถอนมติของคณะกรรมการ วันที่ 14 ธันวาคม 2561 ที่ได้อนุมัติให้มีการปรับขึ้นอัตราค่าโดยสาร รถโดยสารประจำทางสาธารณะทั้งใหม่และเก่า โดยศาลได้นัดคู่ความทั้ง 2 ฝ่าย เข้าสู่กระบวนการไต่สวน เมื่อวาน (23เม.ย.) ที่ผ่านมา

 

ขณะเดียวกัน นายวิทยา เปรมจิต นายกสมาคมรถร่วมเอกชน และ นายพิเชษฐ เอี่ยมบุรเศรษฐ นายกสมาคมกิจการรถโดยสารประจำทางไทย เดินทางมาศาลปกครองกลาง ถ.แจ้งวัฒนะ เพื่อร่วมฟังคำสั่งศาล ในฐานะผู้ประกอบการรถร่วม แต่ได้รับคำชี้แจงจากเจ้าหน้าที่ ว่าศาลจะมีการพิจารณาคำขอของผู้ฟ้องคดีหรือไม่ ในวัน ศุกร์ที่ 26 เม.ย.

 

นายพิเชษฐ ระบุว่า ในส่วนของ รถวิ่งระหว่างเมือง หรือรถโดยสาร บขส.ต่างจังหวัด หากไม่ได้ปรับขึ้นค่าโดยสารจะไม่สามารถประกอบกิจการต่อไปได้ เพราะไม่คุ้มกับต้นทุน ที่แท้จริง จากที่ก่อนหน้านี้คณะกรรมการขนส่งทางบก อนุมัติให้ปรับขึ้นรถร้อนจากราคา 9 บาท เป็น 12 บาท และรถปรับอากาศจากราคา 12 บาท เป็น 15 บาท หลังจากนั้นปรับขึ้นระยะทางละ 2 บาท ซึ่งการปรับราคาค่าโดยสารครั้งนี้ยังถือว่าขาดทุนอยู่ แต่หากปรับขึ้นสูงกว่านี้จะส่งผลกระทบกับประชาชน จึงทยอยปรับขึ้น ทั้งนี้หากศาลพิจรณาสั่งคุ้มครองอัตราค่าโดยสารอาจส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องเลิกกิจการ

 

ด้านนาย วิทยา ระบุว่า ในฐานะผู้ประกอบการรถร่วม หากศาลพิจรณาสั่งคุ้มครองอัตราค่าโดยสาร ก็จะได้รับผลกระทบเช่นกัน เพราะต้องแบกรับต้นทุนการประกอบกิจการที่มากขึ้น อีกทั้งในวันที่ 16 พฤษภาคมนี้ จะมีการปรับขึ้นราคาก๊าซ NGV อีก 3 บาท ต่อ กิโลกรัม ส่วนที่เหลือให้ บมจ.ปตท. ชดเชยส่วนต่างต่อไป และให้ ปตท.ทยอยปรับขึ้น 3 ครั้ง คือ 16 พ.ค.ปรับขึ้น 1 บาท/กก. 16 ก.ย. 1 บาท/กก. และ 16 ม.ค.2563 อีก 1 บาท/กก. เพื่อลดผลกระทบให้กับกลุ่มรถสาธารณะ

 

นอกจากนี้ นายวิทยา กล่าวว่าว่า หากในวันที่ 22 เม.ย.ที่ผ่านมา ไม่มีการอนุมัติให้ขึ้นราคาค่าโดยสารรถประจำทาง วันที่ 25 พ.ค. ก็จะมีการขอขึ้นค่าโดยสารอยู่แล้ว โดยการขึ้นครั้งนี้เป็นการขึ้นราคาที่พิจารณาตามต้นทุนเดิม ซึ่งเชื่อว่าประชาชนเข้าใจ เพราะปัจจุบันรถที่ให้บริการมีน้อยลง เนื่องจากผู้ประกอบการบางรายเริ่มปรับลดเที่ยวรถในการวิ่งให้บริการแล้ว

 

ส่วนหากอยากจะให้ผู้ประกอบการลดต้นทุน นายวิทยา กล่าวว่า ไม่สามารถทำได้แล้ว เพราะที่ผ่านมาได้พยายามลดต้นทุนทุกทางจนไม่สามารถลดไปมากกว่านี้ได้อีก ดังนั้นผู้ร้องเรียนให้ศาลเพิกถอนการขึ้นค่าโดยสารรถสาธารณะ ควรไปดูต้นทุนของก๊าซ NGV และในส่วนของผู้ประกอบการรถร่วม จึงอยากขอความเห็นใจจากทุกฝ่าย