แม่ผู้เสียชีวิตคาเรือนจำศรีสะเกษ ร้อง ก.ยุติธรรม คดีไม่คืบ

10:52 24 เมษายน 2562 177
ครอบครัวผู้เสียชีวิตในเรือนจําศรีสะเกษเดินทางเข้าขอความเป็นธรรม ก.ยุติธรรม เหตุไม่ปักใจเชื่อสาเหตุที่เรือนจำแจ้งว่าลื่นล้มเสียชีวิต พร้อมขอให้เจ้าหน้าที่ส่วนกลางร่วมตรวจสอบการเสียชีวิต เนื่องจากคดียังไม่มีความคืบหน้า

 

วันนี้ (24 เม.ย.62) นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พร้อมนางสุรินทร์ เกษหอม มารดานายพรหมปัญญา เกษหอม อายุ 40 ปี ผู้ต้องขังที่เสียชีวิตอย่างปริศนาในเรือนจำจังหวัดศรีสะเกษ เข้ายื่นเรื่องร้องเรียน ขอให้กระทรวงยุติธรรมตั้งกรรมการจากส่วนกลาง ร่วมตรวจสอบสาเหตุการตายที่แท้จริง และเอาผิดเจ้าหน้าที่ๆ เกี่ยวข้องทุกระดับชั้น รวมถึงมายื่นเรื่องขอการช่วยเหลือเยียวยาครอบครัว

 

การเสียชีวิตเกิดขึ้นหลังจากที่นายพรหมปัญญา ถูกจับข้อหาเมาแล้วขับ เมื่อวันที่ 14 เม.ย. ในเขตพื้นที่ สภ.ปรือใหญ่ ต่อมาวันที่ 15 เม.ย. ถูกส่งตัวไปศาลจังหวัดศรีสะเกษ โดยศาลสั่งปรับข้อหาเมาแล้วขับเป็นจำนวนเงิน 6,000 บาท แต่ทางครอบครัวมีฐานะยากจน ไม่มีเงินเสียค่าปรับ จึงติดคุกแทนค่าปรับ จนกระทั่งเช้าวันที่ 18 เม.ย. ได้รับแจ้งจากเรือนจำว่า ลูกชายเสียชีวิต เนื่องจากลื่นล้มในห้องน้ำของห้องขัง

 

ที่ผ่านมาญาติยังคงไม่ปักใจเชื่อ สาเหตุที่ทางเรือนจำสรุปไว้ ว่าผู้ตายลื่นล้มเสียชีวิต อีกทั้งแพทย์ รพ.ศรีสะเกษ ผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการเสียชีวิต และลงความเห็นว่า ศีรษะได้รับการกระทบกระแทกอย่างรุนแรง และมีรอยคล้ายถูกทำร้าย มีบาดแผลฟกช้ำตามร่างกาย จึงทำให้ญาติติดใจในสาเหตุของการเสียชีวิตแบบผิดธรรมชาติ และได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองศรีสะเกษ เพื่อให้ตรวจสอบหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีความคืบหน้าทางด้านคดี

 

มารดาของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ยังคงรู้สึกสงสัยสาเหตุของการเสียชีวิต เนื่องจากสภาพศพไม่น่าจะเกิดจากการหกล้ม พร้อมกับเปิดเผยว่าลูกชายไม่ได้มีปัญหากับคนในเรือนจำ และไม่มีคู่อริอยู่ภายในแต่อย่างใด

 

ด้าน นายรณรงค์ กล่าวต่อว่า ครอบครัวของผู้เสียชีวิตอยากให้ทางกระทรวงยุติธรรมส่งข้าราชการจากส่วนกลางเข้าไปตรวจสอบเรื่องดังกล่าว อีกทั้งในขณะนี้คดียังไม่มีความคืบหน้า เช่นเดียวกับครอบครัวเองก็ยังไม่ได้เห็นภาพจากกล้องวงจรปิดแต่อย่างใด จึงอยากมาขอความเป็นธรรมกับกระทรวงยุติธรรม รวมไปถึงดำเนินการขอรับการเยียวยาเนื่องจากเสียชีวิตในคดีอาญา

 

ทั้งนี้ ครอบครัวได้มีการยื่นเรื่อง 4 เรื่องคือ 1.ให้แพทย์จากส่วนกลางไปตรวจสอบ 2.ให้เอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้องทุกระดับชั้น 3.ให้พิจารณาเงินช่วยเหลือเยียวยาให้ไวขึ้นจากกรณีที่เป็นเหยื่อจากคดีอาญา และข้อสุดท้ายคือ 4.ขอให้กระทรวงช่วยตั้งงบประมาณในการช่วยเหลือในการจ้างทนายสู้คดีหลังจากนี้ต่อไป

 

ที่ผ่านมา พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันท์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ได้เดินทางไปตรวจสอบยังพื้นที่เกิดเหตุ พบว่าห้องที่ใช้กักขัง มีขนาด กว้าง 5 เมตร ยาว 10 เมตร แต่มีผู้ต้องกักขังล้นห้อง โดยอยู่กันถึง 236 คน พร้อมสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยมีผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธาน ให้ทราบผลภายใน 7 วัน โดยระหว่างนี้ได้มีคำสั่งย้าย ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดศรีสะเกษ และหัวหน้าสถานกักขังเรือนจำจังหวัดศรีสะเกษไปประจำกรม