เลือกตั้ง 2562 : เปิดสูตรตั้งรัฐบาลอย่างไม่เป็นทางการ

10:19 21 เมษายน 2562 475
เปิดสูตรตั้งรัฐบาลแต่ละพรรค อย่างไม่เป็นทางการ

 

วันนี้( 21 เม.ย.62) ขั้วรัฐบาลที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ ซึ่งได้มีการประกาศร่วมกัน 6 พรรค และล่าสุดนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ออกมายืนยันแล้วว่าจะร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย จะมีคะแนนจากเพื่อไทย 137 ที่นั่ง ,อนาคตใหม่ 80 ที่นั่ง ,เสรีรวมไทย 10 ที่นั่ง ,เศรษฐกิจใหม่ 6 ที่นั่ง ,ประชาชาติ 7 ที่นั่ง ,เพื่อชาติ 5 ที่นั่ง และพลังปวงชนไทย 1 ที่นั่ง รวมทั้งหมด 246 ที่นั่ง

 

ส่วนขั้วรัฐบาลที่พรรคพลังประชารัฐเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จะมีคะแนนเสียงจาก พลังประชารัฐ 116 ที่นั่ง ,ภูมิใจไทย 51 ที่นั่ง ,ชาติไทย 10 ที่นั่ง รวมพลังประชาชาติไทย 6 ที่นั่ง ,ชาติพัฒนา 3 ที่นั่ง ,พลังท้องถิ่นไทย 3 ที่นั่ง ,รักษ์ผืนป่าประเทศไทย 3 ที่นั่ง และคะแนนจากพรรคเล็กอีก 12 พรรคพรรคละ 1 ที่นั่ง รวมเป็น 204 ที่นั่ง ซึ่งหากสามารถดึงพรรคประชาธิปัตย์มาร่วมจัดตั้งรัฐบาลได้อีกก็จะมีคะแนนเพิ่มอีก 52 ที่นั่ง รวมเป็น 254 ที่นั่ง สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ แต่จะเป็นรัฐบาลที่มีคะแนนเสียงมากกว่าฝ่ายค้านเพียง 8 ที่นั่ง ซึ่งจะเป็นรัฐบาลที่ไม่มีเสถียรภาพเพียงพอ 

 

นอกจากนี้ยังมีอีก 1 สูตรจัดตั้งรัฐบาลจาก นายแพทย์ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ ที่มองในกรณีที่พรรคอันดับที่ 1 คือเพื่อไทย และพรรคอันดับที่ 2 พลังประชารัฐไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ ก็เป็นหน้าที่ของพรรคลำดับถัดไป ซึ่งเท่าที่ดูสถานการณ์ตอนนี้น่าจะเป็นภูมิใจไทยร่วมกับประชาธิปัตย์ถ้า 2 พรรคนี้ที่จับมือเป็นแกนนำรัฐบาลขึ้นมาใหม่ ใช้ชื่อว่ารัฐบาลคนกลาง โดยรวมทั้ง 2 กลุ่มเพื่อไทยและกลุ่ม พลังประชารัฐมามาร่วมกัน ประกอบด้วย พรรคเสรีรวมไทย พรรคประชาชาติ พรรคเศรษฐกิจใหม่ ส่วนทางด้าน พปชร.จะมี พปชร. พรรครวมพลังประชาชาติไทย พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคชาติพัฒนา พรรคพลังท้องถิ่นไท พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย และพรรคเล็กอีก 12 เสียง ซึ่งจะรวมได้ทั้งหมด 285 เสียง เหลือ พท.และ อนค.เป็นฝ่ายค้าน 217 เสียง ด้วยกระบวนการนี้จะเกิดรัฐบาลแบบที่ 3 รัฐบาลคนกลาง มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย หรือคนของพรรคประชาธิปัตย์ เป็นนายกรัฐมนตรี

         

แต่หากพรรคพลังประชารัฐไม่ยอมก็อาจเกิดรัฐบาลเสียงข้างน้อย โดยมีพลังประชารัฐเป็นแกนนำ ต้องติดตามว่าจากนั้นจะมีการชุมนุมประท้วงหรือไม่ โดยรัฐบาลอาจอยู่ได้ 6-8 เดือน ถ้ามีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือมีการผ่านร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีแล้ว รัฐบาลอาจต้องยุบสภา และรูปแบบที่มีโอกาสเป็นไปได้ ก็คือการตั้งรัฐบาลแห่งชาติ รวมทุกพรรคเข้ามาเป็นรัฐบาลร่วมกัน ถ้าผลสุดท้ายทางออกที่ 1-4 เกิดขึ้นไม่ได้ ก็อาจเห็นรัฐบาลแห่งชาติ เกิดขึ้นมาได้แม้หลายพรรคจะไม่เห็นด้วย แต่เป็นรัฐบาลที่มีภารกิจเฉพาะ ต้องมีการตกลงทุกๆ พรรค เช่น จะแก้รัฐธรรมนูญหรือไม่ แก้ตรงหมวดใดบ้าง แก้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.พ.ศ.2561 ในหมวดใดบ้าง อาจมีอายุ 1-2 ปี เพื่อให้ภารกิจเสร็จสิ้น จากนั้นให้มีการยุบสภาเลือกตั้งใหม่ ถือว่าไม่เป็นประตูปิดตาย แม้มีโอกาสเป็นไปได้น้อยมาก