ตักน้ำศักดิ์สิทธิ์ โบราณสถานสระแก้ว อายุกว่า1,560ปี

15:45 6 เมษายน 2562 682
ผวจ.ปราจีนบุรี เป็นประธานพลีกรรมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์จาก2แหล่ง คือ บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ และ โบราณสถานสระแก้ว ยุคทวารวดีอายุมากกว่า1,560ปี ท่ามกลางพสกนิกรพร้อมใจแต่งชุดเหลือง

 

วันนี้ (6 เม.ย.62) เวลา 11.52 น. นายพิบูลย์ หัตถกิจโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี เป็นประธานในพิธีพลีกรรมตักน้ำจากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ จุดแรกจากบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ที่โบราณสถานวัดสระมรกต ต.โคกไทย อ.ศรีมโหสถ จ.ปราจีนบุรี ท่ามกลางพสกนิกรชาวปราจีนบุรีทุกหมู่เหล่ามากกว่า 1,000 คน ได้พร้อมใจสวมใส่เสื้อสีเหลืองส่วนข้าราชการสวมชุดเครื่องแบบเต็มยศร่วมในพิธีนี้

 

สำหรับบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ เป็นแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่นำไปใช้ในพิธีพระบรมราชาภิเษกแหล่งที่ 1 ตั้งอยู่ระหว่างรอยพระพุทธบาทคู่ ที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทยขนาด 1.50 เมตร อยู่ในยุคก่อนประวัติศาสตร์สมัยทวารวดี อายุมากกว่า 1,560 ปี กับ อโรคยาศาล ที่ยังหลงเหลือซากเมืองเป็นศิลาแลงให้เห็นเป็นอโรคยาศาล ในยุคของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ที่ปรารถนาให้พสกนิกรของพระองค์พ้นจากโรคภัยไข้เจ็บ

 

บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ มีลักษณะ เป็นบ่อกลมรัศมีรอบวงประมาณ 2 เมตรขุดลึกลงในศิลาแลงมีน้ำสีเขียวใสสะอาดตลอดทั้งปีไม่แห้ง ในบ่อพบพระพุทธรูปสมัยทวารวดี และโบราณวัตถุอายุมากกว่า 1,560 ปี เป็นจำนวนมาก โดยจ.ปราจีนบุรีได้นำน้ำจากบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ไปประกอบพระราชพิธีต่างๆ มาโดยตลอด

 

ต่อมาหลังเสร็จสิ้นพิธี ประชาชนจำนวนมาก ได้นำภาชนะที่เตรียมมาตักน้ำจากบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ไปเป็นน้ำพุทธมนต์ในเทศกาลสงกรานต์ และใช้ดื่มกินเพื่อรักษาโรค-อาการเจ็บป่วย

 

ส่วนแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์จุดที่ 2 เป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์จากสระแก้ว มีนายสัญชัย ขจรเวหาศน์ รอง ผวจ.ปราจีนบุรีเป็นประธานตักน้ำศักดิ์สิทธิ์ดังกล่าว

 

สำหรับ โบราณสถาน “สระแก้ว" ตั้งอยู่ใน ต.โคกปีบ อยู่นอกคูเมืองทางทิศใต้ ห่างออกมาประมาณ 100 เมตร ลักษณะของสระแก้วเป็นสระน้ำรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ที่ขุดลงไปในชั้นศิลาแลงธรรมชาติ ขนาด 18x18 เมตร ทางลงสระอยู่ทางด้านทิศตะวันตก ที่ขอบสระของสระแก้วทางด้านทิศเหนือมีการตัดศิลาแลงเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ยื่นเข้ามาในสระ มีบันไดทางลงด้านข้างทั้งสองข้าง

 

ที่ผนังขอบสระแก้วมีภาพแกะสลักนูนต่ำเป็นสัญลักษณ์ และรูปสัตว์อยู่ภายในกรอบสี่เหลี่ยมได้แก่ ภาพช้าง สิงห์ มกร และงู จำนวน 29 กรอบภาพ มีรูปสัตว์จำนวน 45 ตัว ได้แก่ รูปช้าง 24 รูปสิงห์ 11 รูปมกร 8 รูปหมู 1 และ รูปกินรี 1 นอกจากนี้ยังมีรูปงูพันหม้อน้ำระหว่างช้าง 2 ช้าง รูปมกรและหงส์เดินเรียงกันเป็นแถวเหนือกรอบรูป รูป "ช้าง" นั้น บางครั้งเป็นรูปช้างช้างเดียวอยู่ในกรอบแสดงอิริยาบถต่าง ๆ เช่นยืน เดิน นั่งคุกเข่า หรือจะเป็นรูปช้างหลายช้างแสดงอาการชนกัน หรือเดินเรียงกันเป็นต้น

 

รูป "สิงห์" บนขอบสระแก้วนั้นมักจะเป็นรูปสิงห์เดี่ยวอยู่ในกรอบ จะแสดงอาการต่าง ๆ เช่นเผ่น หรือกระโจน

 

รูป "มกร" นั้นจะมีลักษณะแตกต่างกัน เช่น มกรมีงวงสั้น งวงยาว ตัวมกรมีเกล็ดคล้ายจระเข้ บางมกรมีลำตัวยาวคล้ายงู บางมกรมีเขา มีหางคล้ายปลา หรือมีหน้าคล้ายสิงห์ก็มี สำหรับรูป "หมู" ที่สระแก้วนั้นมีเพียงรูปเดียว ลักษณะคล้ายหมูป่า ยืนย่อขาหลัง แหงนหน้าขึ้น หางม้วน ส่วนรูป "งู" นั้น เหมือนงูธรรมชาติแผ่พังพานหันหน้าไปทางสระ

 

สันนิษฐานว่า "โบราณสถานสระแก้ว" มีอายุอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ 10-11 เชื่อว่าเป็นสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ ใช้ในการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา หรืออาจเป็นพิธีกรรมเพื่อความอุดมสมบูรณ์ เนื่องจากภาพสัตว์และสัญลักษณ์ต่าง ๆ ที่ปรากฏอยู่บนขอบสระ รูปช้าง สิงห์ มกร คชลักษมี หรือปูรณกุมภะ ล้วนแต่เป็นสิ่งมงคลในสังคมเกษตรกรรมทั้งสิ้น กรมศิลปากรขึ้นทะเบียนโบราณสถานสระแก้วไว้เมื่อ 8 มีนาคม 2478

 

หลังจากนั้นได้นำน้ำศักดิ์สิทธิ์จาก 2 แหล่ง แห่ไปที่วัดบางกระเบาวรวิหารพระอารามหลวง ต.บางกระเบา อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี โดย ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรีและรองผู้ว่าราชการจังหวัด และเจ้าหน้าที่ผู้เชิญขันน้ำสาคร และที่ตักน้ำไปยังรถ เคลื่อนขบวนไปยังวัดบางกระเบาวรวิหารพระอารามหลวง อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี สถานที่ประกอบพิธีทำน้ำอภิเษก และเชิญไปยังภายในอุโบสถวัดบางกระเบา วางประจำจุดที่กำหนด เพื่อรอทำน้ำอภิเษกต่อไป เพื่อนำไปเข้าสู่พิธีปลุกเสกและเวียนเทียนต่อไป ในวันที่ 8 – 9 เม.ย.62 นี้

 

อย่างไรก็ตาม วัดบางกระเบาวรวิหารพระอารามหลวง เป็นวัดที่มีพระเกจิดัง หลวงพ่อจาดหรือ พระครูสิทธิสารคุณ ในสมัยสงครามอินโดจีน มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของคนทั่วประเทศ สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้จอดเรือและพระราชทานถวายเรือพระที่นั่งให้หลวงพ่อจาดหรือ พระครูสิทธิสารคุณ ด้วย ปัจจุบันนำตั้งแสดงให้ชมที่ข้างวิหารหลวงพ่อจาดด้วย และในบริเวณวัดมีค้างคาวแม่ไก่ขนาดใหญ่น้ำหนักมากกว่า 1-2 กก. นับพันตัวอาศัยอยู่