เลือกตั้ง 2562 : กกต.ลั่นสูตรปาร์ตี้ลิสต์ชัดเจนสัปดาห์นี้

15:20 2 เมษายน 2562 885
เลือกตั้ง 2562 : เลขากกต.ระบุวิธีคำนวนส.ส.บัญชีรายชื่อคาดชัดเจนสัปดาห์นี้ ยืนยันเป็นผู้ใช้กฎหมายไม่ใช่ผู้ร่าง

วันนี้ (2เม.ย.62) พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ระบุถึงการประชุมชี้แจงขั้นตอนการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการวินิจฉัยคำร้องและปัญหาหรือข้อโต้แย้งการจัดการเลือกตั้ง ว่า คณะอนุกรรมการชุดนี้มีหน้าที่กลั่นกรองสำนวนไต่สวนและมีความเห็นเบื้องต้นก่อนส่งให้กกต. เพื่อลงมติว่าจะสั่งให้เลือกตั้งใหม่ หรือ การระงับสิทธิสมัคร หรือ การส่งให้ศาลพิจารณาให้ใบแดง ตามพยานหลักฐานที่ปรากฎในสำนวน พร้อมปฏิเสธกระแสข่าวที่มีการตั้งธงว่ากกต.จะสอย 117 เขตเลือกตั้ง ซึ่งพยานหลักฐานทั้งหมดจะอยู่ในคำร้องเมื่อพิจารณาแล้วถึงจะวินิจฉัยได้ ยืนยันกระบวนการจะดำเนินไปอย่างรวดเร็ว

 

พ.ต.อ.จรุงวิทย์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้มีคำร้อง 264 เรื่อง ซึ่งยังไม่ได้เป็นสำนวนเนื่องจากยังไม่ได้สั่งรับคำร้อง ขณะเดียวกันก่อนหน้านี้มีการสั่งรับคำร้องไปแล้ว 142 เรื่อง และ มีเรื่องที่ตรวจสอบหลักฐาน 117 เรื่อง

 

เลขาธิการกกต. ระบุว่า จะมีความชัดเจนเรื่องสูตรคำนวนส.ส.บัญชีรายชื่อภายในสัปดาห์นี้ ซึ่งมีกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ และพระราชบัญญัติว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ซึ่งหลังจากนี้ กกต.จะศึกษาต้นแบบวิธีการคำนวน ตามกฎหมาย รวมถึงข้อโต้แย้ง เพื่อตอบข้อซักถามจากสังคม ยืนยันปัจจุบันกกต.ยังไม่ได้ดำเนินการคำนวนส.ส.บัญชีรายชื่อแต่อย่างใด ซึ่งกกต.ต้องย้อนกลับไปค้นเจตนารมณ์ของการร่ากฎหมายในการคิดคำนวนส.ส.เพราะต้องไม่ลืมว่า กกต.คือผู้ใช้กฎหมาย ไม่ใช่ผู้ร่างกฎหมายเหล่านั้น สุดท้ายเมื่อกกต.มีมติอย่างใดก็จะแจ้งให้สังคมรับทราบ ซึ่งในวันที่ 9 พ.ค.นี้ จะมีการประกาศรับรองส.ส.บัญชีรายชื่อด้วย

 

ส่วนที่พรรคการเมืองกดดันให้กกต.ยึดการคำนวนตามมาตรา 128 ของพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.นั้น ขอย้ำว่า การตีความกฎหมายต้องเป็นไปตามเจตนารมณ์ กกต.จึงไม่รู้สึกกดดันใดๆ เพราะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงกฎหมายได้

 

พ.ต.อ.จรุงวิทย์ กล่าวถึงกรณีที่ สังคมล่ารายชื่อถอนถอนกกต. ว่า เป็นสิทธิของประชาชน ส่วนกกต.ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงไปแล้ว ทั้งการแถลงข่าวและการออกเอกสารชี้แจงอย่างเปิดเผย ตั้งแต่เรื่องของการคัดแยกบัตรเลือกตั้งล่วงหน้า และบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร พร้อมของให้ทุกฝ่ายฟังเหตุผล ส่วนใครจะมองว่าเป็นการดิสเครดิตใครหรือไม่แล้วแต่สังคมจะมอง แต่ส่วนตัวมองว่าสังคมประชาธิปไตยต้องมีเหตุผล