เลือกตั้ง 2562 : กกต.แถลงพปชร.ได้คะแนนเลือกตั้งอันดับ1

15:23 28 มีนาคม 2562 425
เลือกตั้ง 2562 : กกต.แถลงผลเลือกตั้งส.ส.แบบแบ่งเขต พรรคพลังประชารัฐได้คะแนนเสียงเลือกตั้งอันดับ1

 

วันนี้ (28มี.ค.62) เมื่อเวลา 15.50 น. คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงผลเลือกตั้งส.ส.แบบแบ่งเขต อย่างไม่เป็นทางการ 100 % โดยมีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งส.ส.แบบแบ่งเขต คิดเป็น 74.69%


ทั้งนี้ พรรคที่คะแนนเป็นอันดับ 1. พรรคพลังประชารัฐ 8,433,137 คะแนน 2.พรรคเพื่อไทย 7,920,630 คะแนน 3.พรรคอนาคตใหม่ 6,265,950 คะแนน 4.พรรคประชาธิปัตย์ 3,947,726 คะแนน และ5.พรรคภูมิใจไทย 3,732,883 คะแนน

 

สำหรับจำนวนประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีทั้งสิ้น 51,239,638 คน จำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 38,268,375 คน หรือคิดเป็น 74.69% ผู้ไม่มาใช้สิทธิ 12,971,263 คน หรือคิดเป็น 25.31% 

 

ส่วนจำนวนบัตรเลือกตั้งที่ใช้ไปมีทั้งสิ้น 38,268,366 ใบ แยกเป็นบัตรดี 35,532,647 คิดเป็นร้อยละ 92.85 บัตรเสีย 2,130,327 ใบ หรือคิดเป็นร้อยละ 5.57 บัตรไม่ประสงค์ลงคะแนน 605,392 ใบ หรือคิดเป็นร้อยละ 1.58

 

ขณะเดียวกัน ยังได้มีการชี้แจงกระแสข่าวที่ร.ต.อ.นิติภูมิธณัฐ มิ่งรุจิราลัย หรือ นิติภูมิ นวรัตน์ ผู้สมัคร ส.ส.แบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 5 พรรคประชาชาติ โพสต์ผ่านทวิตเตอร์ และเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า กกต. เตรียมแจงใบแดงผู้สมัคร ส.ส. บางเขต และเตรียมเลือกตั้งซ่อมในวันที่ 21 เมษายนนี้ โดยย้ำว่า ไม่เป็นความจริง เพราะ ขณะนี้ กกต. ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อร้องเรียนการทุจริตต่าง ๆ อยู่กว่า 186 เรื่อง และหากพบว่า เรื่องใดมีมูลก็จะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวน ดังนั้น กกต. จะมีการดำเนินการเอาผิดกับผู้เผยแพร่ข้อมูลเท็จดังกล่าวด้วย

 

นายกฤช ชี้แจงกรณีที่สังคมไม่วางใจการรายงานผลคะแนนว่า การรายงานผลคะแนนที่ผ่านมา ไม่ใช่คะแนนอย่างเป็นทางการ ไม่ครบถ้วน 100% แต่สำนักข่าวต่าง ๆ ได้นำตัวเลขที่ยังไม่เป็นทางการ ไปวิเคราะห์จำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อเอง จึงทำให้มีความคลาดเคลื่อน พร้อมขอความเป็นธรรมกรณีการวินิจฉัยไม่นับคะแนนบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร จากประเทศนิวซีแลนด์ จำนวน 1,542 ใบด้วย เพราะเป็นการวินิจฉัยตามบทบัญญัติของกฎหมาย ที่ กกต. ไม่สามารถวินิจฉัยเป็นอื่นได้

 

ทั้งนี้ ในระหว่างการแถลงข่าวผลคะแนนการเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตนี้ ยังเกิดความผิดพลาดด้วย เนื่องจากผลคะแนนที่เจ้าหน้าที่นำมาแจกให้กับสื่อมวลชนนั้น เป็นข้อมูลของเมื่อวานนี้ (27 มี.ค.) เวลา 21.02 น. แต่ข้อมูลการแถลงข่าวเป็นข้อมูลของวันนี้ (28 มี.ค.) เวลา 14.03 น. จึงทำให้เกิดความสับสน นอกจากนั้น ในข้อมูลการแถลงข่าวนั้น ยังพบว่า จำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 38,268,375 คน กลับไม่สัมพันธ์กับจำนวนบัตรเลือกตั้งที่ใช้ไป 38,268,366 ใบ และเมื่อตรวจสอบการใช้จ่ายบัตร ทั้งจำนวนบัตรดี จำนวนบัตรเสีย และจำนวนบัตรที่ไม่ประสงค์เลือกผู้ใด ก็ไม่ตรงกับจำนวนบัตรเลือกตั้งที่ใช้ ซึ่งมีส่วนต่างกันอยู่ 11 ใบ