ตร.ยัน! จำเป็นต้องวิสามัญ'ไอ้โอ'เหตุยิงสู้

14:46 13 มีนาคม 2562 686
'พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ' ยันจำเป็นต้องวิสามัญ 'ไอ้โอ' มือฆ่าฝังดิน เพราะผู้ต้องหายิงต่อสู้เจ้าหน้าที่

 

วันนี้( 13 มี.ค.62) พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1 ร่วมกันแถลงข่าวความคืบหน้าคดีนายสมศักดิ์ เล็ดลอด หรือ โอ แชทเฟซบุ๊กลวง นายชัยประสิทธิ์ อายุ 34 ปี พนักงานคลังสินค้า สถานีส่งน้ำสุวรรณภูมิ มาฆ่าฝังดินภายใน ซ.วัดมงคลนิมิต อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ โดยมีผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด 8 คนด้วยกัน ตั้งแต่เมื่อวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ สภ.บางเสาธง สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้วทั้งหมด โดยคนล่าสุด นายถนอมศักดิ์ หรือ ต้อม อายุ 24 ปี ได้เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

 

ล่าสุดตำรวจได้วิสามัญ นายสมศักดิ์ หลังจากขับรถเก๋งทะเบียน ณต1809 หลบหนี โดยมีการอำพรางรถด้วยการพ่นสีจากสีเทาเป็นสีดำ ก่อนขับหลบหนีมายัง จ.อุบลราชธานี และจี้รถจักรยานยนต์ และรถยนต์ของประชาชนมาก่อนหน้านี้ 3 คัน จนมาจี้รถขนของคันสุดท้ายเพื่อหลบหนี แต่ก็มาถูกเจ้าหน้าที่ติดตามได้ทัน ก่อนที่เขาจะตัดสินใจยิงต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ที่ติดตามมาจนกระทั่งเข้ามาในเขต จ.ยโสธร เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงได้ยิงตอบโต้ถูกนายสมศักดิ์เสียชีวิตในที่เกิดเหตุเมื่อวานที่ผ่านมา

 

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจำเป็นที่จะต้องวิสามัญผู้ต้องหา เพราะผู้ต้องหาได้ตัดสินใจยิงต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ ชุดสืบสวนที่ติดตามจึงจำเป็นต้องยิงตอบโต้จนทำให้ผู้ต้องหาเสียชีวิตในที่เกิด

เหตุทันที ยืนยันว่า เป็นการป้องกันตัวของเจ้าหน้าที่ไม่ได้มีการหมายที่จะจับตายแต่อย่างใด


ขณะที่น้องสาวของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สามารถจัดการกับผู้ก่อเหตุและผู้ร่วมขบวนการได้ทั้งหมด ครอบครัวถือว่าได้รับความเป็นธรรมเพราะชีวิตของพี่ชายได้แลกด้วยชีวิตของคนก่อเหตุแล้ว

 

อย่างไรก็ตามในส่วนของ น.ส.ปิยะพร เล็ดลอด หรือ มด น้องสาวนายโอ เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหา แต่หลังจากนี้จะมีการเรียกเข้ามาสอบสวนอีกครั้ง ว่ามีส่วนในการพานายโอพี่ชายหลบหนีหรือไม่ 

 

เบื้องต้น น.ส.ปิยะพร อ้างว่าแค่ติดรถพี่ชายกลับไป จ.อุบลราชธานี ด้วยเพียงเท่านั้น ซึ่งทำให้ญาติของผู้เสียชีวิตติดใจประเด็นดังกล่าวอยู่ในขณะนี้

 

สำหรับสำนวนคดีในขณะนี้ เจ้าหน้าที่ได้ตัดประเด็นเหลือเพียงเรื่องของการหึงหวง หลังจากนายโอเห็นแฟนสาวตนเองแชทคุยกับแฟนเก่า จึงบันดาลโทษะ สวมรอยเป็นแฟนสาว และล่อลวงผู้ตายมาทำร้ายร่างกาย ซึ่งคดีนี้พยานและผู้ต้องหารายอื่นๆได้ให้การเป็นประโยชน์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจจนครบทุกด้าน โดยจะมีการสรุปสำนวนคดีส่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมด ในข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นถึงแก่ความตาย และเคลื่อนย้ายซ่อนเร้นศพต่อไป