แบงก์ชาติทั่วโลกวิตกสงครามการค้าฉุดศก.โลก

12:14 21 มิถุนายน 2561 988
ผู้ว่าการธนาคารกลางของแต่ละชาติแสดงความกังวลสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน อาจจะลุกลามทำให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัว

วันนี้ (21มิ.ย.61) กลุ่มผู้ว่าการธนาคารกลางรายใหญ่ๆของโลก ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับประเด็นความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน ซึ่งขณะนี้ได้เริ่มบั่นทอนความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจ และคาดว่าจะกระทบการเติบโตของเศรษฐกิจโลก นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ  (เฟด) ระบุว่า ประเด็นสงครามการค้าเป็นสิ่งที่น่ากังวลอย่างยิ่ง โดยขณะนี้เริ่มมีบริษัทเอกชนตัดสินใจเลื่อนการลงทุนและการจ้างงานบ้างแล้ว

 

ด้านนายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) แม้จะระบุว่า ขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจ แต่ก็ยอมรับว่ามีความกังวลเกี่ยวกับความเชื่อมั่นในภาคธุรกิจและผู้บริโภค พร้อมกับเตือนว่า ความขัดแย้งทางการค้าและนโยบายคุ้มครองการค้าไม่เคยให้ผลลัพธ์ที่ดี

 

ขณะที่นายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) คาดการณ์ว่า ความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนจะส่งผลกระทบทางอ้อมทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออก เนื่องจากทำหน้าที่รองรับอุตสาหกรรมจีนอีกทอดหนึ่ง และหวังว่า การค้าระหว่างทั้งสองประเทศนี้จะกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

 

ส่วนนายจาตุรงค์ จันทรังษ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในฐานะเลขาธิการคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)กล่าวว่าให้ความสำคัญ และต้องติดตามเรื่องดังกล่าวอย่างใกล้ชิดแม้ปัจจุบันจะยังไม่ส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทย แต่อาจจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกในปีหน้า ซึ่งในการคาดการณ์ส่งออกปีหน้าที่เติบโต 5% ได้รวมผลกระทบสงครามการค้าไปแล้ว

 

ถือว่าประเด็นสงครามการค้าเป็นปัญหาที่น่าวิตกกังวลอย่างยิ่งสำหรับธนาคารกลางของประเทศต่างๆ เนื่องจากส่งผลกระทบต่อเงินเฟ้อและอุปสงค์ของประเทศนั้นๆ จนท้ายที่สุดธนาคารกลางต้องออกมาใช้นโยบายทางการเงินเพื่อจัดการกับสิ่งที่เกิดขึ้น ส่วนนักลงทุนวิตกกังวลว่า สงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนอาจลุกลามจนส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลก

 

ทั้งนี้เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา รัฐบาลสหรัฐได้ประกาศบัญชีรายการสินค้านำเข้าจากจีนจำนวน 1,100 รายการที่จะต้องถูกเรียกเก็บภาษีนำเข้า 25% คิดเป็นมูลค่ารวม 5 หมื่นล้านดอลลาร์ และจากนั้นไม่นาน รัฐบาลจีนก็ได้ออกมาตอบโต้สหรัฐด้วยการออกมาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐจำนวน 659 รายการ โดยเรียกเก็บในอัตรา 25% คิดเป็นมูลค่ารวม 5 หมื่นล้านดอลลาร์เช่นกัน

 

ล่าสุดประธานาธบดี โดนัล ทรัมป์ ของสหรัฐได้ขู่ว่าจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจีนรอบใหม่ในอัตรา 10% วงเงิน 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่กระทรวงพาณิชย์จีนได้ออกแถลงการณ์เตือนว่า รัฐบาลจีนพร้อมจะตอบโต้อย่างรุนแรง หากสหรัฐเรียกเก็บภาษีสินค้าจากจีนเพิ่มอีก 10% ตามที่ได้ขู่ไว้