ดาวโจนส์ปิดบวก18.78จุด ขานรับราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้น

09:08 3 มกราคม 2562 675
ดาวโจนส์ปิดที่ 23,346.24 จุด เพิ่มขึ้น 18.78 จุด ขานรับปัจจัยหนุนจากหุ้นกลุ่มพลังงานที่ดีดตัวขึ้นหลังราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้น

 

วันนี้ (3 ม.ค. 62) ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดขยับขึ้นเมื่อคืนนี้ (2 ม.ค.) ซึ่งเป็นวันซื้อขายวันแรกของปี 2562 โดยได้ปัจจัยหนุนจากหุ้นกลุ่มพลังงานที่ดีดตัวขึ้นหลังจากราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่งขึ้น 2.5% ขณะที่หุ้นกลุ่มธนาคารปรับตัวขึ้นหลังจากนักวิเคราะห์ของบาร์เคลย์สได้แสดงมุมมองที่เป็นบวกต่อภาคธนาคารของสหรัฐฯ

 

อย่างไรก็ตาม ดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดขยับขึ้นเพียงเล็กน้อยท่ามกลางภาวะการซื้อขายที่ผันผวน เนื่องจากนักลงทุนส่วนใหญ่ยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก รวมทั้งการปิดหน่วยงานบางส่วนของรัฐบาลสหรัฐ อันเนื่องจากการขาดงบประมาณ หรือชัตดาวน์สหรัฐฯ

 

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 23,346.24 จุด เพิ่มขึ้น 18.78 จุด หรือ +0.08% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,510.03 จุด เพิ่มขึ้น 3.18 จุด หรือ +0.13% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 6,665.94 จุด เพิ่มขึ้น 30.66 จุด หรือ +0.46%

 

ขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงานดีดตัวขึ้นหลังจากราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่งขึ้น 2.5% ขานรับข่าวซาอุดีอาระเบียลดการส่งออกน้ำมันในเดือนธ.ค. โดยหุ้นเอ็กซอนโมบิลพุ่งขึ้น 2.2% หุ้นเชฟรอนเพิ่มขึ้น 1.7% หุ้นอ็อคซิเดนเชียลปิโตรเลียม เพิ่มขึ้น 1.01% หุ้นเดวอนเอนเนอร์จีทะยานขึ้น 3% หุ้นมาราธอนปิโตรเลียมเพิ่มขึ้น 1.1% หุ้นเชซาพีคเอนเนอร์จีพุ่งขึ้น 2.3% และหุ้นฮัลลิเบอร์ตันพุ่งขึ้น 2.7%

 

ด้านหุ้นกลุ่มธนาคารปรับตัวขึ้น หลังจากนักวิเคราะห์ของธนาคารบาร์เคลย์คาดการณ์ว่า ภาคธนาคารของสหรัฐมีแนวโน้มสดใสในปีนี้ โดยหุ้นมอร์แกน สแตนลีย์ พุ่งขึ้น 1.9% หุ้นเวลส์ ฟาร์โก เพิ่มขึ้น 1.8% หุ้นโกลด์แมน แซคส์ พุ่งขึ้น 3% หุ้นเจพีมอร์แกน เชส เพิ่มขึ้น 1.7% หุ้นซิตี้กรุ๊ป พุ่งขึ้น 2.8% และหุ้นแบงก์ ออฟ อเมริกา ดีดตัวขึ้น 0.5%

 

อย่างไรก็ตาม แม้ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดในแดนบวกในวันทำการวันแรกของปี 2562 แต่ภาวะการซื้อเป็นไปอย่างผันผวน เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก หลังจากผลสำรวจที่ไฉซินทำร่วมกันมาร์กิตระบุว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของจีน ร่วงลงต่ำกว่าระดับ 50 ในเดือนธ.ค. ซึ่งบ่งชี้ถึงภาวะหดตัวเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพ.ค.2560

 

ส่วนดัชนี PMI ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายของยูโรโซน ปรับตัวลงเป็นเดือนที่ 5 ติดต่อกันในเดือนธ.ค. สู่ระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 3 ปี และดัชนี PMI ภาคการผลิตของสหรัฐฯ ปรับตัวลงต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.ย.ปีที่แล้ว

 

นอกจากนี้ นักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ชัตดาวน์ในสหรัฐฯที่ล่วงเข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้เชิญแกนนำในสภาคองเกรสทั้งจากพรรคเดโมแครตและพรรครีพับลิกันมายังทำเนียบขาวเมื่อวานนี้ เพื่อหารือเกี่ยวกับภาวะชัตดาวน์ รวมทั้งการจัดสรรงบประมาณสำหรับการรักษาความปลอดภัยตามแนวชายแดนเม็กซิโก

 

ด้านสภาคองเกรสจะจัดการประชุมในวันนี้ โดยสมาชิกพรรคเดโมแครตในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐได้วางแผนที่จะยุติภาวะชัตดาวน์ด้วยการผ่านร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราวในการประชุมครั้งนี้ แต่งบประมาณดังกล่าวจะไม่รวมงบในการสร้างกำแพงกั้นชายแดนเม็กซิโกวงเงิน 5 พันล้านดอลลาร์ตามที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เรียกร้อง

 

ทั้งนี้ นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่มีกำหนดเปิดเผยในสัปดาห์นี้ ซึ่งได้แก่ ตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือนธ.ค.จาก ADP, จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ดัชนีภาวะธุรกิจนิวยอร์กเดือนธ.ค. จากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM), การใช้จ่ายภาคการก่อสร้างเดือนพ.ย., ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนธ.ค. และดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการเดือนธ.ค.จากมาร์กิต

 

ช่องทางติดตามข่าวกับสถานีข่าว TNN24 ช่อง16 
Facebook: https://www.facebook.com/TNN24 
Twitter :https://twitter.com/tnnthailand 
Instagram :https://www.instagram.com/tnnthailand
Youtube :https://www.youtube.com/tnn24official 
Website :http://www.tnnthailand.com

Add Line TNN24 official เพียงเสิร์ชหาไอดี @TNN24 
หรือ คลิกที่นี่!!

เพิ่มเพื่อน