#บัตรเลือกตั้งใหม่ต้องลงตัวแบบทูอินวัน!

16:35 16 ธันวาคม 2561 972
คอลัมน์ : มองการเมือง กับ "มนตรี จอมพันธ์" บัตรเลือกตั้งใหม่ต้องลงตัวแบบทูอินวัน!

 

ขอนุญาตทักทายท่านผู้อ่านเป็นปฐมบทก่อน นับจากนี้ไปเราจะพบกันบนเนื้อที่แห่งนี้สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง หรือตามแต่ความร้อนแรงของสถานการณ์ก่อนการเลือกตั้ง ที่จะมีขึ้นในวันที่ 24 ก.พ.62 หากไม่มีอะไรทำให้สะดุดกึก! ลงเสียก่อน..เพราะบางคนยังให้เผื่อใจ แบบเผื่อหลือเผื่อขาดไว้ก่อน ทำนอง”ไม่เห็นน้ำ อย่าเพิ่งตัดกระบอก ไม่เห็นกระรอก อย่าเพิ่งโก่งหน้าไม้”

 

ในขณะที่บางคนบอกว่า ตราบใดที่ยังไม่มีการประกาศ พ.ร.ฎ.การเลือกตั้ง อย่าเพิ่งเชื่อ แต่บางคนไปไกลถึงขนาดถ้าไม่ได้เดินเข้าคูหากาบัตรแล้วหย่อนลงไปในหีบ อย่าเพิ่งเชื่อว่าจะมีเลือกตั้ง

 

มีผู้ใหญ่คนหนึ่งพูดกับผมเป็นปริศนาสั้นๆ เอาไว้ 3 ประโยคว่า “มี..ไม่เลือก เลือกไม่มี..เลือกแล้ววุ่น อยู่ไม่ยืด” ซึ่งถอดความได้ว่า ถ้ามีความวุ่นวายเกิดขึ้นก่อน การเลือกตั้งก็จะไม่เกิดขึ้น แต่ถ้าไม่มีปัญหาการเลือกตั้งก็จะเดินหน้าต่อไปได้ สุดท้ายหากเลือกตั้งไปแล้ว นักการเมืองยังไม่ปรับปรุงตัวเอง สร้างปัญหาวุ่นวายขึ้นในสภา ถึงตอนนั้นก็จะเป็นเหตุผลนำไปสู่คำตอบที่ว่าอยู่ไม่ยืด?

 

ส่วนเมื่อถึงวันนั้น การเมืองจะไปต่ออย่างไร? ในครรลองแบบไหน? ต้องรอดูกันเอาเองเมื่อวันนั้นมาถึง..

 

กลับเข้าสู่เรื่องบัตรเลือกตั้งที่จั่วหัวไว้ “#บัตรเลือกตั้งใหม่ต้องลงตัวแบบทูอินวัน”ถึงจะตอบโจทย์การเลือกตั้งแบบใหม่ที่เรียกว่า ระบบจัดสรรปันส่วนผสม”ได้ เข้าใจว่า กกต.คงจะได้ข้อสรุปในสัปดาห์หน้านี้ หลังการหารือกับพรรคการเมืองในวันพุธที่ 19 ธันวาคม ซึ่งเบื้องต้นฝ่ายสำนักงาน กกต.ได้สรุปไว้เป็น 2 รูปแบบ เสนอต่อคณะกรรมการ กกต.โดยรูปแบบแรก เป็น ”บัตรโหล”ให้มีเฉพาะเบอร์อย่างเดียว รูปแบบที่สอง มีรายละเอียดเพิ่มขึ้น อาทิ ชื่อพรรค โลโก้ และชื่อผู้สมัคร ส่วนจะยึดตามรูปแบบใด มีรายละเอียดแค่ไหน? ต้องรอบทสรุปจาก กกต.เพราะกฎหมายเขียนไว้ให้เป็นไปตามที่ กกต.กำหนด

 

ทีนี้ย้อนไปดูบัตรเลือกตั้งในอดีตกันหน่อย ซึ่งมี 2 ใบ ใบหนึ่งเลือกผู้สมัครเขต ส่วนอีกใบเลือกพรรค โดยทั้งผู้สมัคร ส.ส.เขต และพรรคใช้เบอร์เดียวกัน จึงไม่มีปัญหา แต่การเลือกตั้งหนนี้ให้เหลือบัตรเพียงใบเดียว และกาได้ช่องเดียวเท่านั้น โดยหากกาเลือกผู้สมัครคนไหน คะแนนที่ได้ก็จะเป็นคะแนนของพรรคการเมืองที่ผู้สมัครคนนั้นสังกัดอยู่ด้วย

 

ปัญาคือบัตรเลือกตั้งที่จะใช้ต้องเป็นแบบ ”ทูอินวัน” กล่าวคือในบัตรเดียว ต้องสื่อให้เห็นทั้งตัวผู้สมัคร ส.ส.เขต และพรรคที่สังกัด เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมายที่ให้ใช้บัตรใบเดียว เลือกได้ทั้งคนและพรรค ส่วนผู้ลงคะแนนจะตัดสินใจเลือกอย่างไหน? ระหว่างคนกับพรรค ถือเป็นสิทธิของผู้ลงคะแนน นอกจากนั้น ยังมีตัวว่าที่นายกรัฐมนตรีของพรรคให้พิจารณาอีกชั้นหนึ่งด้วย

 

ผู้สมัครส.ส.เขต – พรรคสังกัด – ตัวนายกฯ” สามสิ่งนี้คงเป็นตัวเลือกให้ผู้ลงคะแนนตัดสินใจได้ว่าจะลงคะแนนให้ใคร? พรรคไหน? เพราะคุณมีเพียงหนึ่งเสียง จะไม่มีคำว่ารักพี่เสียดายน้องให้เลือกเหมือนในอดีตอีกต่อไป

 

ดังนั้น บัตรเลือกตั้งต้องดีไซน์ออกมาให้เป็นแบบ ”ทูอินวัน” เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม และตรงตามเจตนารมณ์ของกฎหมายครับ

 

#มองการเมืองกับ มนตรี จอมพันธ์