ข้อควรรู้! วิธีเอาตัวรอดเมื่อเจอเหตุไฟไหม้

13:45 16 ธันวาคม 2561 703
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเผยขั้นตอนและวิธีปฏิบัติตัวเพื่อเอาชีวิตรอดจากเหตุไฟไหม้ โดยอันดับแรกต้องต้องสติและรีบออกจากจุดเกิดเหตุโดยเร็ว

 

วันนี้ (16 ธ.ค. 61) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเผยขั้นตอนและวิธีปฏิบัติตัวเพื่อเอาชีวิตรอด หากต้องเผชิญหน้ากับไฟไหม้ โดยเปิดเผยว่า ควันไฟจากเหตุการณ์เพลิงไหม้สามารถคร่าชีวิตได้ เพราะภายในเวลา 1 วินาทีควันไฟสามารถลอยสูงขึ้นไปได้ถึง 3 เมตร และภายใน 1 นาทีควันไฟสามารถลอยขึ้นไปได้สูงเท่ากับตึก 60 ชั้น ดังนั้น ทันทีที่เกิดเพลิงไหม้ ควันไฟจะปกคลุมอยู่รอบๆตัวอย่างรวดเร็ว ทำให้คนส่วนใหญ่สำลักควันไฟตายก่อนที่เปลวเพลิงจะลุกลามมาถึงตัว

 

โดยในกรณีเกิดเพลิงไหม้เล็กน้อย ให้ใช้ถังดับเพลิงควบคุมเพลิงในเบื้องต้น และโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่มาควบคุมเพลิง แต่หากเป็นเพลิงไหม้รุนแรงให้ตะโกนบอกหรือกดสัญญาณเตือนเพลิงไหม้เพื่อแจ้งให้ผู้อื่นทราบ จากนั้น ให้รีบอพยพออกจากพื้นที่เกิดเพลิงไหม้ และโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่มาควบคุมเพลิง และก่อนจะหนีออกจากห้องให้ใช้มือสัมผัสผนังหรือลูกบิดประตูก่อน หากไม่ร้อนให้เปิดประตูออกไปช้าๆและอพยพไปตามเส้นทางหนีไฟที่ปลอดภัย

 

 

ส่วนกรณีที่มีความร้อนสูง ห้ามเปิดประตูออกไปเพราะจะทำให้อยู่ในวงล้อมของเพลิงไหม้ แต่ให้ใช้ผ้าหนาๆชุบน้ำอุดตามช่องที่ควันไฟสามารถลอยเข้ามาได้ ปิดพัดลมระบายอากาศและเครื่องปรับอากาศเพื่อป้องกันการสูดดมควันไฟ จากนั้นโทรแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อบอกตำแหน่งที่ติดอยู่

 

ขณะที่การอพยพออกจากพื้นที่เกิดเพลิงไหม้ ให้ใช้ผ้าชุบน้ำปิดจมูกและปาก หรือใช้ถุงพลาสติกใสขนาดใหญ่อัดอากาศบริสุทธิ์แล้วนำมาครอบศีรษะเพื่อป้องกันการสูดดมควันไฟเข้าสู่ร่างกาย ซึ่งจะทำให้หมดสติและเสียชีวิต ควรหมอบคลานต่ำหรือย่อตัวใกล้กับระดับพื้นมากที่สุด เนื่องจากอากาศบริสุทธิ์อยู่เหนือระดับพื้นไม่เกิน 1 ฟุต เพื่ออพยพไปสู่ประตูทางออกฉุกเฉินที่ใกล้ที่สุด จากนั้นใช้บันไดหนีไฟในการอพยพออกจากอาคาร เนื่องจากมีช่องระบายอากาศ จึงช่วยลดการสูดดมควันไฟเข้าสู่ร่างกาย แต่ไม่ควรใช้บันไดภายในอาคาร เพราะบันไดมีลักษณะเป็นปล่อง ทำให้ควันไฟและเปลวเพลิงลอยตัวขึ้นมาปกคลุม และห้ามใช้ลิฟต์ในการอพยพ เพราะเมื่อเกิดเพลิงไหม้ไฟฟ้าจะดับ ทำให้ติดค้างภายในลิฟต์ขาดอากาศหายใจจนเสียชีวิตได้

 

 

ส่วนการหนีไฟไปยังจุดปลอดภัย อันดับแรกคือ ต้องไม่เข้าไปอยู่ในบริเวณจุดอับของอาคาร อาทิ ห้องใต้ดิน เพราะยากต่อการเข้าช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่ และไม่ควรไม่หนีไฟเข้าไปอยู่ในห้องน้ำ เพราะปริมาณน้ำไม่เพียงพอต่อการดับไฟ ทำให้ถูกไฟคลอกเสียชีวิตได้ และไม่ขึ้นไปชั้นบนหรือดาดฟ้าของอาคาร เพราะไฟจะลุกลามจากชั้นล่างขึ้นสู่ชั้นบน ทำให้เสี่ยงต่อการได้รับอันตราย ยกเว้นกรณีที่ไม่สามารถอพยพหนีไฟลงสู่ชั้นล่างได้

 

ในกรณีไฟลุกลามติดเสื้อผ้า ผู้ประสบภัยต้องรีบถอดเสื้อผ้าหรือใช้วิธีนอนราบกับพื้นและกลิ้งตัวไปมาให้ไฟดับ ห้ามวิ่งอย่างเด็ดขาด เพราะไฟจะลุกลามรวดเร็วขึ้น ส่วนกรณีติดอยู่ในอาคารให้โทรศัพท์แจ้งเหตุ พร้อมระบุตำแหน่งที่ติดอยู่หรือส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ อาทิ โบกผ้า ใช้ไฟฉาย เป่านกหวีด และที่สำคัญคือห้ามกลับเข้าไปในอาคารที่เกิดเพลิงไหม้เพราะห่วงทรัพย์สินเด็ดขาด เพราะอาจถูกไฟคลอกหรือได้รับอันตรายจากโครงสร้างอาคารที่อาจพังถล่ม

 

 

ทั้งนี้ ฐานความผิดฐานวางเพลิงเผาทรัพย์ มีโทษในมาตรา 217 ผู้ใดวางเพลิงเผาทรัพย์ของผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน - 7 ปี และปรับตั้งแต่ 1,000 – 14,000 และในกรณีที่เป็นการวางเพลิงที่สาธารณะ เช่น สถานีรถไฟ ท่าอากาศยาน ที่จอดรถ สถานที่ประชุม หรือเป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา จะมีโทษเพิ่มมากขึ้นตามมาตรา 218 ต้องระวางโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่ 5-20 ปี

 

ช่องทางติดตามข่าวกับสถานีข่าว TNN24 ช่อง16 
Facebook: https://www.facebook.com/TNN24 
Twitter :https://twitter.com/tnnthailand 
Instagram :https://www.instagram.com/tnnthailand
Youtube :https://www.youtube.com/tnn24official 
Website :http://www.tnnthailand.com

Add Line TNN24 official เพียงเสิร์ชหาไอดี @TNN24 
หรือ คลิกที่นี่!!

เพิ่มเพื่อน